คพ.อบรมหน่วยกู้ชีพ เตรียมความพร้อมปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างถูกวิธี และลดความเสี่ยงของผู้เข้าปฏิบัติงาน

30.08.17 | 14:21 น.

วันที่ 30 สิงหาคม พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวว่า จากปัญหาการเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานและเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่อับอากาศมาต่อเนื่อง เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขาดความเข้าใจถึงอันตรายของการทำงานในพื้นที่อับอากาศ ไม่มีการตรวจสอบปริมาณอากาศและสารพิษก่อนการเข้าพื้นที่ หรือการใช้อุปกรณ์ป้องกันตัวเองที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดอันตรายจนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต รวมถึงคนที่เข้าไปช่วยเหลือ ทำให้เกิดการสูญเสียมากขึ้นไปอีก ดังนั้น เจ้าหน้าที่โดยตรงและเจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่อับอากาศ จะต้องปฎิบัติงานอย่างรอบคอบตามหลักวิชาการ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างปลอดภัยหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในอนาคต

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ คพ. จัดการฝึกอบรมให้ความรู้เรื่อง “ภัยเงียบพื้นที่อับอากาศ กับการช่วยเหลือ” แก่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิ และเจ้าหน้าที่จากส่วนราชการต่างๆ เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการทํางานในพื้นที่ที่อับอากาศ รวมทั้งสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่อับอากาศได้อย่างถูกวิธี มีประสิทธิภาพ ซึ่งวันนี้มีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 250 คน

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า การเกิดเหตุการณ์บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการทํางานในที่อับอากาศ ตั้งแต่ พ.ศ. 2546 จนถึง พ.ศ. 2560 พบว่า มี 16 ครั้ง มีจํานวนผู้เสียชีวิต 60 ราย เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นในโรงงานอุตสาหกรรม 11 ครั้ง นอกโรงงาน 5 ครั้ง เหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 7 ราย คือ การเสียชีวิตของคนงานในโรงสีข้าว จ.ขอนแก่น พ.ศ. 2547 จากการที่คนงานลงไปทําความสะอาดในหลุมกระพ้อข้าวที่มีความลึก 3.5 เมตร ปากหลุมกว้าง 0.5–1 เมตร และเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ เหตุการณ์ที่เกิดนอกโรงงาน (ในชุมชน) ได้แก่ การเสียชีวิตของเกษตรกรที่เป็นครอบครัวเดียวกัน จ.กําแพงเพชร 3 ราย จากการลงไปตรวจเช็คปั๊มสูบน้ำในก้นบ่อ บริเวณทุ่งนา ที่มีความลึก 10 เมตร และเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ เหตุการณ์จากการล้างบ่อ พักน้ำเสียของเทศบาลนครภูเก็ต เสียชีวิต 4 คน จากการสูดดมก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ เหตุการณ์จากการขุดบ่อน้ำบาดาล จ.นนทบุรี ขาดอากาศหายใจเสียชีวิต 3 คน และเหตุการณ์จากคนงานลงไปล้างบ่อเก็บน้ำใช้ จ.ระยอง เสียชีวิต 4 คน เหตุการณ์อุบัติเหตุที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่รัชโยธิน เมื่อปี 2559 เกิดอุบัติเหตุระบบดับเพลิงทำงานอัตโนมัติในห้องมั่นคงของธนาคาร ขณะที่คนงานก่อสร้างกำลังต่อเติมภายใน เป็นเหตุให้คนงานขาดอากาศหายใจ และเมื่อเดือนมิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ของโรงงานผลิตอาหารสัตว์ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร พลัดตกที่พักน้ำเสียโรงงาน มีผู้เสียชีวิต รวม 5 คน

จากสถิติดังกล่าวพบว่า อันตรายจากการทํางานในที่อับอากาศสามารถเกิดได้ทั้งในและนอกโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม แต่ละครั้งมักมีผู้เสียชีวิต ซึ่งสาเหตุหนึ่งเกิดจากการขาดความรู้ ความเข้าใจถึงอันตรายจากการทํางานในที่อับอากาศ

Advertisement