เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่กระทรวงยุติธรรม นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ให้สัมภาษณ์การตรวจสอบกรณีทุจริตในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติว่า ขณะนี้ ศอตช.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ สืบสวนสอบสวนการใช้งบประมาณแผ่นดินของ พศ. ใน 3 กรณีด้วยกัน คือ งบอุดหนุนเพื่อการบูรณปฏิสังขรณ์วัด งบอุดหนุนการศึกษา และงบอุดหนุนการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ปัจจุบันได้ดำเนินการร่วมกับ ป.ป.ช. สตง. บก.ปปป. ป.ป.ท. ปปง. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ อย่างใกล้ชิด การย้าย ผอ.พศ.จะไม่มีผลกระทบต่อการตรวจสอบการทุจริต เนื่องจากข้อมูลที่หน่วยตรวจสอบมีและกำลังดำเนินการ รวมทั้งการที่ พศ.ให้ข้อมูลมา ศอตช.ได้รับมาดำเนินการต่อแล้ว
นายสุวพันธุ์กล่าวอีกว่า เลขานุการ ศอตช.รายงานให้ทราบเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ป.ป.ช.ได้รับเรื่องจาก บก.ปปป.จำนวน 12 เรื่อง และจาก สตง.จำนวน 123. เรื่อง มาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ทั้งสองส่วนนี้ สำนักงาน ปปง. ได้รับเรื่องไปตรวจสอบเรื่องเส้นทางการเงินแล้ว ด้าน บก.ปปป. นอกเหนือจากที่ส่งให้สำนักงาน ป.ป.ช.แล้ว ปัจจุบันกำลังตรวจสอบอีก 47 เรื่อง บางเรื่องได้ขยายผลถึงเจ้าหน้าที่ของ พศ. บางคนเพิ่มเติม ขณะที่ สตง. กำลังดำเนินการจัดทำรายงานผลการตรวจสอบอีก 63 เรื่อง นอกเหนือจากที่ส่งให้สำนักงาน ป.ป.ช.ไปแล้ว สำหรับกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ตรวจสอบเรื่องที่ถูกมอบให้ดำเนินการพบว่ามี 54 เรื่อง ที่ไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ก็จะดำเนินการสืบสวนในเรื่องส่วนนี้ ซึ่งปัจจุบันได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนรวม 4 คณะ และเริ่มการสืบสวนไปแล้ว ส่วนในสำนักงาน ป.ป.ท. รับเรื่องตรวจสอบ 96 เรื่องเป็นเบาะแสที่ได้รับเพิ่มเติมจาก พศ. ได้ตรวจดูความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น และเริ่มดำเนินการตรวจสอบไปแล้วเช่นกัน ปัจจุบันสำนักงาน ป.ป.ท. ได้รับมอบให้จัดทำฐานข้อมูลในเรื่องตรวจสอบด้วย เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนและให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดตามความคืบหน้าได้มากขึ้น
นายสุวพันธุ์กล่าวอีกว่า ศอตช.จะช่วยอำนวยความสะดวกการทำงานของทุกหน่วย ติดตามความก้าวหน้าโดยขอความร่วมมือผ่านคณะกรรมการอำนวยการศูนย์อำนวยการติดตามและแก้ไขปัญหาการดำเนินคดีสำคัญที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน ให้ติดตามความคืบหน้าอีกทางหนึ่ง รวมทั้งจะพิจารณาเรื่องการขอใช้อำนาจหัวหน้า คสช. ในการลงโทษทางวินัยผู้กระทำความผิดเมื่อมีผลการตรวจสอบชัดเจนแล้ว จึงขอเรียนว่า เรื่องนี้ไม่ได้หยุดนิ่ง ทุกหน่วยเห็นตรงกันว่าต้องดำเนินการอย่างจริงจัง พิสูจน์เสาะหาพยานหลักฐาน รวมทั้งการให้ข้อเสนอแนะเพื่อดำเนินการทั้งทางคดี วินัย การเรียกเงินคืน

