เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ สภ.นาทวี จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวนายอัตนันท์ สาอิ ชาวจังหวัดสงขลา ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ร่วมกันก่อเหตุปล้นเต็นท์รถ วังโต้ คาร์เซ็นเตอร์ ในพื้นที่ สภ.นาทวี อ.เทพา จ.สงขลา ชิงรถกระบะไป 6 คัน และนำรถไปก่อเหตุคาร์บอมในพื้นที่จังหวัดปัตตานีเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา มาส่งมอบตัวให้กับพนักงานสอบสวนสภ. นาทวีจังหวัดสงขลา ภายหลังสามารถจับกุมตัวได้และควบคุมตัวไว้โดยใช้อำนาจตามมาตรา 44 โดยมีพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รับมอบตัว เมื่อเดินทางถึงพนักงานสอบสวนได้คุมตัวนายอนันต์ตรวจร่างกายจากแพทย์โรงพยาบาลนาทวี เพื่อตรวจสุขภาพและร่องรอยบาดแผลต่างๆ จากนั้นได้จัดห้องให้พยานบุคคลชี้ตัวนายอัตนันท์ว่าเป็นผู้ก่อเหตุหรือไม่ โดยพยานสามารถชี้ตัวได้อย่างถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับและฐานความผิดให้ผู้ต้องหาทราบ ก่อนคุมตัวสอบปากคำ โดยได้จัดหาทนายความจากสภาทนายความประจำศาลจังหวัดนาทวีให้กับผู้ต้องหา
โดยพล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธ แต่ยืนยันว่าตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจนทั้งนิติวิทยาศาสตร์และพยานบุคคลจนสามารถออกหมายจับได้ ส่วนนายอัตนันท์จะทำหน้าที่อะไรในวันก่อเหตุนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อสำนวนคดี ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับอีก 5 คนจากข้อมูลจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพบว่า ไม่มีข้อมูลว่าเดินทางออกนอกประเทศส่วนจะหลบหนีออกทางช่องอื่นหรือไม่นั้นยังไม่ชัดเจน นอกจากนี้ทหารสามารถคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้อีก 7 คนโดยทั้งหมดให้การเป็นประโยชน์ และเตรียมออกหมายจับเพิ่มอีก 4 คน ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับกลุ่มผู้ต้องสงสัยโดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนในวันที่ 31 สิงหาคม จะเป็นวันครบรอบวันชาติของประเทศมาเลเซียได้สั่งกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลสถานการณ์อย่างเข้มงวดแล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า จากข้อมูลพบว่านายอัตนันท์มีหน้าที่ช่วยเหลือกลุ่มผู้ก่อเหตุควบคุมตัวและใช้เชือกมัดตัวผู้เสียหาย
สำหรับคดีนี้ศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด 6 คนคือ นายอัตนันท์ สาอิ,นายสุไลมาน สาเหมาะ,นายบูคอรี หลำโสะ,นายซารีซานอัมรี ตือราแม,และนายรอซาลี หลำโสะ และนาย อับดุลเลาะห์ มะแด ในข้อหาร่วมกันก่อการร้าย สะสมกำลังพลหรืออาวุธ จัดหาหาหรือรวบรวมทรัพย์สิน อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการก่อการร้าย ใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญเพื่อแบ่งแยกราชอาณาจักร อั่งยี่หรือซ่องโจรเพื่อก่อการร้าย ร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตราย ปล้นทรัพย์ ร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ ร่วมกันมีอาวุธและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันทำให้เสียซับและร่วมกันมีพิทพันธ์โดยไม่ได้รับอนุญาต รวม11ข้อหา

