ความคืบหน้าเหตุกลุ่มนักเรียนวิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่งจำนวนมากขี่ รถจักรยานยนต์แล้วปิดถนนเพชรเกษม ก่อเหตุยกพวกเข้าตีกัน โดยใช้อาวุธมีด พร้อมระเบิดกับกลุ่มนักเรียนเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ที่กำลังยืนรอรถประจำทางอยู่บริเวณปากซอยเพชรเกษม36 ขณะเกิดเหตุมีเสียงระเบิดดังขึ้น 5 ครั้ง ทำให้ประชาชนบริเวณใกล้เคียง และที่เดินผ่านไปมา ต่างวิ่งหลบหนีกันจ้าละหวั่น ส่วนกลุ่มนักเรียนมีการปะทะกันอย่างดุเดือด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ทราบชื่อนายศักดิ์ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี นักเรียน ปวช.ปี 2 แผนกช่างยนต์ ถูกระเบิดจนแขนซ้ายขาด นำส่งโรงพยาบาลบางไผ่ และนายกร (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ปวช.ปี 2 แผนกช่างกลโรงงาน ได้รับบาดเจ็บ ถูกฟันเบื้องต้นอาการปลอดภัย เหตุเกิดเมื่อเย็นวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะนี้ผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัวแล้ว 3 คน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ต.กัมปนาท โสภโณดร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 (ผบก.น.9) พ.ต.อ.ญาณพงศ์ โสมาภา พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง และ พ.ต.อ. อภิชัย ดุษฎีพฤฒิพันธุ์ รอง ผบก.9 เดินทางมาที่วิทยาลัยราชสิทธาราม แขวงและเขตบางบอน เพื่อเข้าอบรมให้โอวาทที่บริเวณหอประชุมใต้อาคาร 1 โดยมีเด็กนักเรียน 500 คนร่วมรับฟัง ใช้เวลาประมาณ 45 นาที จากนั้นทางคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงธน แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค เพื่อเข้าอบรมให้โอวาทที่บริเวณหน้าเสาธงกลางลาน มีนักเรียนร่วมรับฟัง 360 คนโดยใช้เวลา 45 นาทีจึงเสร็จสิ้น
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เรื่องที่มาพูดกับนักเรียน ให้ความรู้เรื่องกฎหมายทั่วไปว่ามีความร้ายแรงเพียงใดผู้ปกครองต้องเดือดร้อน อยากให้ทุกคนตั้งใจเรียนให้จบเพราะได้ประกอบอาชีพที่ดีได้ แต่หากมีการรวมกลุ่มยกพวกไปทะเลาะกัน เป็นการตัดอนาคตของตัวนักเรียนเอง อีกทั้งได้กำชับหากมีการยั่วยุจากทางโซเชียลหรือจากศิษย์เก่า ให้นึกคิดไว้ว่าพวกนี้เข้าข่ายผิดกฎหมายมีความผิดเช่นกัน ขณะนี้ให้อาจารย์และผู้ปกครองร่วมกันดูแลนักเรียนเพื่อไม่ให้มีเหตุซ้ำรอยอีก ที่สำคัญอยากให้ทุกสถาบันให้ถอยคนละก้าว กลับไปนึกคิดว่าเรามาเรียนไม่ใช่มาทะเลาะกัน
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า ส่วนคดีตอนนี้มีผู้ปกครองนำนักเรียนที่ก่อเหตุมามอบตัวแล้ว3คน ยังเหลืออีก10กว่าคน ตอนนี้พอทราบบุคคลทั้งหมดแล้ว แต่ตอนนี้ออกเพียงหมายเรียกเท่านั้น คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าหากยังไม่มาต้องออกหมายจับทันที ส่วนเรื่องทางสอบสวนให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายเนื่องจากมีข้อมูลว่าทั้ง 2 ฝ่ายมีอาวุธทั้งคู่ แต่ต้องรอการพิสูจน์พยานหลักฐานจากฝ่ายสืบสวนและสอบสวนอีกครั้ง เพื่อหาผู้กระทำผิดเพิ่มเติมต่อไป

