เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปเกณฑ์การเลือกผู้อำนวยการโรงพยาบาลในสังกัด ว่าจากการเฝ้าดูในไตรมาสที่ 3 พบว่าโรงพยาบาลวิกฤตระดับ 7 ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งก็รอดูในไตรมาสที่ 4 ว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งการที่โรงพยาบาลจะพัฒนาขึ้นนั้น ต้องมาจากการบริหารด้วยเกียรติและศักดิ์ศรี ดังนั้นผู้อำนวยการต้องมีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมามีการคัดเลือกแบบแต่งตั้งหยิบจากตะกร้า ซึ่งต่อไปนี้จะไม่ทำแบบนั้นแล้ว ต้องมีการปฏิรูปเกณฑ์การคัดเลือกโดยใช้คณะกรรมการสรรหาแทนอย่างน้อย 4 คน ซึ่งจากที่ได้เริ่มทำในโรงพยาบาลศูนย์ของกรมการแพทย์ อาทิ รพ.นพรัตน์ราชธานี รพ.ราชวิถี โดยมีอธิบดีกรมการแพทย์เป็นประธาน และมีกรรมการประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิกรมการแพทย์ที่เกษียณอายุราชการแล้วและไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ตัวแทนปลัด สธ. และตัวแทนจากโรงพยาบาล ก็เห็นว่าได้ผลดี ซึ่งไม่ใช่ว่าการทำแบบเดิมไม่ดีแต่การเปลี่ยนแปลงคาดว่าจะมีโอกาสที่จะได้สิ่งดีๆมากกว่า
“การปฏิรูปหลักเกณฑ์การเลือกผู้อำนวยการโรงพยาบาลอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อออกประกาศเป็นกฏกระทรวง คาดว่าจะสามารถเริ่มได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ ที่จะเกษียณอายุราชการพอดี โดยจะเริ่มจากโรงพยาบาลศูนย์ใหญ่ๆในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ก่อนค่อยไปในระดับที่เล็กลง เพราะหากศูนย์ใหญ่อยู่ได้ก็จะสามารถดูแลโรงพยาบาลอื่นได้หมดทั้งในเรื่องวิชาการและเรื่องอื่นๆ อย่างไรก็ตามจากการทดลองก็ไม่ใช่ว่าทำแล้วจะดีหมด บางทีไม่ดีก็มี แต่ผมคิดว่าหากมีการสรรหาจากคณะกรรมการที่มาจากทุกภาคส่วน อย่างน้อย 4 คนโอกาสที่จะได้คนดีมีมากกว่า” นพ.ปิยะสกล กล่าว
รัฐมนตรีฯ กล่าวอีกว่า โดยจะเปิดรับสมัครผู้ต้องการจะรับตำแหน่ง โดยมีหลักเกณฑ์ในการเลือก คือ เลือกคนที่รู้ปัญหาของโรงพยาบาล รู้ว่ามาทำไมจะพัฒนาอย่างไรไม่ใช่มาหยิบจากตะกร้า พร้อมให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งเป็นเหมือนคำสัญญาหากถูกเลือกจะมีการติดตาม ต้องทำตามที่พูด และต้องอยู่บริหารอย่างน้อย 2 ปี อย่างไรก็ตามหากมีการปฏิรูปดังกล่าวแล้ว ทุกโรงพยาบาลจะต้องมีแผนการเงินที่ชัดเจน มีการเบิกจ่ายที่ชัด ซึ่งหากมีการเบิกจ่ายตามหนี้ คิดว่าจะสามารถทำให้บัญชีดีขึ้น

