หน้าแรก ในประเทศ นายอำเภอเยี่ย...

นายอำเภอเยี่ยม 5 ครอบครัวอยู่ป่าช้า สั่งดูแลเรื่องน้ำ – ขอรับบริจาคแผงโซล่าร์เซลล์ผลิตไฟฟ้า

10.03.16 | 09:10 น.

นายอำเภอนำถุงยังชีพเยี่ยม 5 ครอบครัวอาศัยอยู่ป่าช้า สั่งอบต.ดูแลเรื่องน้ำอย่าขาด รับปากสร้างห้องน้ำให้ทุกหลัง ขอรับบริจาคแผงโซล่าเซลช่วยชาวบ้าน เตรียมนำแพทย์ตรวจสุขภาพผู้ป่วยโรคพิการตาบอด  โรคแขนขาอ่อนแรงและโรคเบาหวานเรื้อรัง
 
เมื่อวันที่  10 มีนาคม ผู้สื่อข่าว จ.อุตรดิตถ์ รายงานความคืบหน้ากรณีพบ 5 ครอบครัว ปลูกบ้านบนพื้นที่ฝังศพคนตายหรือป่าช้าเก่าของป่าชุมชนบ้านโคกงาม หมู่ 15 ต.ผักขวง อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์  ซึ่งอยู่ห่างจากตัวหมู่บ้าน ประมาณ 3 กิโลเมตร บ้านแต่ละหลังอยู่ในสภาพทรุดโทรม หลังคาและฝาบ้านถูกมุงด้วยสังกะสี มีจำนวนประชากรชายและหญิงรวม 14 คน อายุสูงสุด 86 ปี อายุต่ำสุด 4 ขวบ และพบพิการตาบอดเป็นผู้สูงอายุทั้งชายและหญิง รวม 2 คน โดยไม่มีไฟฟ้า น้ำประปาและส้วมซึมใช้อาศัยตะเกียงน้ำมันแบบโบราณเป็นแสงสว่างในยามกลางคืน และขุดหลุมถ่ายทิ้งแล้วกลบ สร้างความทุกข์ยากให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก
 
วันนี้ นายปรีชา  สุทนต์  นายอำเภอทองแสนขัน พร้อมคณะประกอบด้วย นายไสว  เกิดแก้ว  นายก อบต.ผักขวง  นางวิราวรรณ์  ยาท้วม  นายก ทต.ทองแสนขัน  นายสมหมาย  ยิ้มอ่ำ  กำนันตำบลผักขวงและนายเยาว์ คำอาจ  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 15 ลงพื้นที่เยี่ยมผู้นำครอบครัวทั้ง 5 หลังและได้นำถุงยังชีพจากกาชาดอำเภอทองแสนขัน จำนวน 5 ถุง มอบให้เป็นกำลังใจในเบื้องต้น พร้อมให้ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและอบต.ดูแลเรื่องน้ำอุปโภคบริโภคอย่าให้ขาด เตรียมนำแพทย์จากโรงพยาบาลทองแสนขันเข้าตรวจสุขภาพเพราะมีผู้พิการตาบอด จำนวน 2 คน พิการโรคแขนขาอ่อนแรงและโรคเบาหวานเรื้อรังอีกอย่างละคน
 
นายปรีชา  กล่าวว่า ราษฎรทั้ง 5 ครอบครัว ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าช้าเก่าหรือป่าชุมชนบ้านโคกงาม ทุกคนล้วนเป็นคนไทยและเป็นคนในพื้นที่ตำบลผักขวง อ.ทองแสนขัน ไม่ใช่คนที่มาจากสถานที่อื่น เดิมเคยอยู่ที่วัดมาก่อนและถูกย้ายให้มาอยู่บนพื้นที่ส่วนหนึ่งของป่าชุมชนโดยเข้ามาอาศัยอยู่นานแล้ว ทุกหลังคาเรือนมีบ้านเลขที่หมดทุกหลัง โดยครั้งแรกที่พบรู้สึกใจไม่ดีเหมือนกัน เพราะรู้สึกสงสารชาวบ้านอย่างมากจึงจะหาทางช่วยเหลือเต็มที ซึ่งตนเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งนายอำเภอที่นี่เพียง 4 เดือน จำเป็นต้องปกครองราษฎรด้วยระบบข้อกฏหมายผสมผสานกับหลักรัฐศาสตร์จะใช้ข้อกฏหมายทางนิติศาสตร์อย่างเดียวโดยให้ไปอยู่ที่อื่นไม่ได้ เพราะไม่มีที่ดินจะให้ชาวบ้านทั้ง 5 ครอบครัวนี้ไปอยู่ที่ไหนได้อีก  และอยู่ที่นี่อย่างน้อยยังมีญาติพี่น้องในหมู่บ้านเดียวกันซึ่งอยู่ด้านล่างก็สามารถขึ้นมาเยี่ยมหาดูแลกันได้
 
นายปรีชา  กล่าวด้วยว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคืออยู่ไกลจากหมู่บ้าน การที่จะดึงสายไฟฟ้าหรือนำระบบประปามาให้ต้องค่อยคิดและทำ การลากสายไฟฟ้าเข้ามาจะติดข้อกฏหมายและระเบียบของกรมป่าไม้ เพราะพื้นที่อาศัยอยู่นี้เป็นป่าชุมชนขึ้นกับกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หากจะดำเนินการอะไรก็ต้องได้รับการขออนุญาตจากกรมป่าไม้ แต่เบื้องตนสิ่งที่ต้องดูแลคือเรื่องน้ำเพราะเป็นสิ่งจำเป็น จึงได้สั่งการให้ทางอบต.ผักขวง นำน้ำมาส่งให้อย่าได้ขาด สำหรับระบบไฟฟ้าคงต้องพึ่งพาแผงโซล่าเซลซึ่งเป็นพลังงานจากแสงอาทิตย์ จะติดต่อนำมาติดตั้งให้ หากใครมีจิตเมตตาจะนำมาบริจาคก็ยินดี  ส่วนเรื่องห้องน้ำจะหาทางช่วยเหลือก่อสร้างให้ครบทุกหลัง พร้อมให้ทางคณะแพทย์จากโรงพยาบาลทองแสนขันเข้ามาตรวจสุขภาพให้กับทุกคน
 

ครอบครัวอยู่ป่าช้า