เมื่อวันที่ 1 กันยายน นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 2553 ให้ความเห็นกรณีที่ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และอดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นจำเลยที่ 1-2 ฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำหรือฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83, 84 เนื่องจากการออกคำสั่ง ศอฉ.ให้เจ้าหน้าที่เข้าขอคืนพื้นที่การชุมนุมบริเวณ ถนนราชดำเนิน และแยกราชประสงค์ จากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ชุมนุมตั้งแต่เดือน เม.ย.- 19 พ.ค. 2553 กระทั่งนายพัน คำกอง ชาวจ.ยโสธร อายุ 43 ปี คนขับแท็กซี่ และ ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ หรือน้องอีซา อายุ 14 ปี เสียชีวิต บริเวณใกล้สถานีรถไฟแอร์พอร์ตลิงค์ สถานีราชปรารภ วันที่ 15พ.ค.2553 และนายสมร ไหมทอง คนขับรถตู้ ถูกกระสุนยิงมาจากฝั่งเจ้าหน้าที่ที่รักษาการณ์ในพื้นที่ย่านราชปรารภ ที่มีการประกาศ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ว่าตามคำพิพากษาของศาลฎีกาวางบรรทัดฐานไว้ใหม่ว่า การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำความผิด ในขณะที่อยู่ในตำแหน่งหน้าที่จะต้องผ่านการไต่สวนของ ป.ป.ช. และส่งอัยการฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้อหาที่เราโต้แย้งกันมาตลอดว่าข้อหาฆ่าคนตายไม่ได้อยู่ในอำนาจไต่สวนของ ป.ป.ช.แต่เมื่อศาลฎีกามีการวางแนวฎีกาถือเป็นบรรทัดฐานว่าต่อไป ป.ป.ช.จะต้องไต่สวนข้อหาฆ่าคนตายหรือข้อหาอื่นที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ไปด้วย
นายโชคชัย กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญตอนนี้ คือ ประธาน ป.ป.ช.เอง พูดออกมาแล้วว่าหากมีพยานหลักฐานใหม่ ป.ป.ช.อาจจะรื้อฟื้นคดีขึ้นได้อีก แม้เรายังไม่ทราบว่าหลักฐานที่มีการพิจารณาไปแล้วมีรายละเอียดอย่างไร แต่เมื่อครั้งนี้ศาลฎีกาวางแนวคำพิพากษาไว้แล้วเราจะนำคำวินิจฉัยไปประกอบการยื่นคำร้องเพื่อรื้อฟื้นคดีและให้ ป.ป.ช.ไต่สวนทุกๆข้อหาที่เกี่ยวข้องด้วย ในการร้องครั้งใหม่นี้นอกจากตัวนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพเราจะร้อง ป.ป.ช.ให้ไต่สวนเจ้าหน้าที่ทุกระดับที่เกี่ยวข้องเนื่องจากหลายคำสั่งเราเห็นแล้วว่าการตายเกิดขึ้นจากกระสุนของเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติตามคำสั่งของ ศอฉ. ไม่ใช่ไต่สวนเฉพาะนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ หรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงๆเท่านั้น ส่วนเรื่องระยะเวลาในการยื่นคำร้องครั้งใหม่ เราขอดูรายละเอียดให้ครบถ้วนก่อนยังไม่กำหนดเวลาที่แน่นอน และเอกสารหลักฐานมีจำนวนมาก ในชั้นแรกเราอยากเห็นสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.ที่ไม่ชี้มูลไป ว่าใช้หลักฐานอะไร รวบรวมพยานหลักฐานจากที่ไหนมาบ้าง แต่พยานหลักฐานใหม่ที่จะยื่นต่อ ป.ป.ช.ตามเงื่อนไข ตอนนี้เราคิดว่ามีอยู่แล้วและมากกว่าที่เคยยื่นให้ ป.ป.ช.ครั้งแรก เราจะมีคนอื่นๆที่เกี่ยวข้องขึ้นมากอีก

