เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยกรณีมีเรื่องร้องเรียนของประชาชนในจังหวัดนครสวรรค์ ในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ จากกรณีเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนดังกล่าวไม่ตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนที่จะจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาแก่คนต่างด้าว เห็นคนต่างด้าวไม่ใช่คน ดันทุรังแจ้งข้อกล่าวหา คนต่างด้าวทั้ง 3 คน ข้อหาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เลือกปฏิบัติ หรือทำเป็นเชือดไก่ให้ลิงดูนั้น
จากกรณีดังกล่าว ได้ทำการตรวจสอบกับ พ.ต.อ.ฐานุพงศ์ แสงซื่อ ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 เมื่อพบคนต่างด้าวจึงได้ขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง แต่ปรากฏว่ามีคนต่างด้าว 3 คน ไม่มีหนังสือเดินทางแสดง ตำรวจฝ่ายสืบสวนเห็นว่าเป็นความผิดซึ่งหน้าจึงจับกุมตามอำนาจหน้าที่ ส่วนความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต” เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ปฏิบัติตามพระราชกำหนดการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ซึ่งบังคับใช้เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2560 ซึ่งภายหลังมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 33/2560 เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 เรื่อง มาตรการชั่วคราวเพื่อแก้ไขข้อขัดข้องในการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ข้อ 1 ว่าด้วยความผิดฐาน “คนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน” ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน-31 ธันวาคม 2560 นั้น ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องในฐานความผิดดังกล่าวแล้ว สำหรับคนต่างด้าวสัญชาติพม่า 3 คน มีความผิดฐาน “คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตทำงาน ทำงานแตกต่างจากนายจ้างตามที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตทำงาน” ดังนั้น การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ผู้จับกุมได้กระทำไปตามอำนาจหน้าที่ ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติ

