‘ศรีวราห์’ยันไม่เอี่ยวสั่งเด้ง ผกก.พญาไท รับเรียกดูสำนวน’ทัวร์ศูนย์เหรียญจริง’ ชนไม่มี พล.ต.ต.ใหญ่กว่า พล.ต.อ.

4.09.17 | 17:54 น.
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล (แฟ้มภาพ)

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 4 กันยายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่า เป็นนายตำรวจระดับสูง ที่ขอดูสำนวนคดี ทัวร์ศูนย์เหรียญ จาก พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.พญาไท แต่ถูกปฏิเสธ จนนำมาสู่การเสนอ โยกย้าย พ.ต.อ.นิติวัฒน์ ประจำ ศปก.บช.น. 1 เมื่อวันที่ 3 กันยายน ว่าเรื่องนี้ตนได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ไปตรวจสอบสำนวนจริง ถึง ผบ.ตร.ไม่มีคำสั่ง ตนก็มีอำนาจตามกฎหมายในการไปตรวจสอบอยู่แล้ว ซึ่ง ผบ.ตร.ให้อำนาจไว้ตามคำสั่ง ตร.ที่ 872/2560 ประกอบกับคำสั่ง คสช.ที่ 817/2559 เกี่ยวกับการปราบปรามผู้มีอิทธิพลที่ให้อำนาจในการตรวจสอบการทำคดีเกี่ยวกับความมั่นคง ยืนยันว่าตนมีอำนาจเข้าไปตรวจสอบคดีไม่ว่าใครจะเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน เรื่องนี้ ผบ.ตร. สั่งให้ตนไปตรวจสอบสำนวนหลังจากศาลพิพากษายกฟ้อง ให้ไปดูสำนวนหน่อยว่าขาดอะไร แต่ยังไม่ทันได้ตรวจสอบทั้งหมด ซึ่งต่อมา มีสื่อแห่งหนึ่งไปเสนอข่าวว่าตนไม่มีอำนาจตรวจสอบสำนวน ตนยืนยันว่ามีอำนาจตามกฎหมาย ไม่เคยทำอะไรนอกกฎหมาย ถ้าไม่มีอำนาจก็ไม่กล้าทำ ให้สื่อดังกล่าวไปดูคำสั่ง ตร.และคำสั่ง คสช.นี้ด้วย เวลาไปเสนอข่าวอะไรขอให้ดูด้วย มันเสียหาย ในส่วนของคดีอยู่ที่อัยการจะอุทธรณ์อย่างไร เมื่อไหร่ หากตำรวจมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมก็ยื่นต่อพนักงานอัยการได้

เมื่อถามว่าในส่วนของสำนวนคดี จะมีการเรียก พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ในฐานะอดีต ผบก.กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว มาสอบถามเรื่องการทำสำนวนหรือไม่ รองผบ.ตร.กล่าวว่า ไม่ใช่เหตุ ถ้าคุยก็ต้องคุยกับพนักงานอัยการว่าต้องการพยานหลักฐานอะไรเพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวนในการอุทธรณ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวเรื่องความเห็นไม่ตรงกันระหว่างท่านกับ พล.ต.ต.นายหนึ่ง จะมีการพูดคุยเจรจากันหรือไม่ พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องเจรจา และตนก็ไม่ทราบถึงสาเหตุที่ย้าย ผกก.สน.พญาไท เพราะคนที่จะย้ายได้ต้องเป็นคนที่คุมนครบาล ตนคุมพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การย้ายครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับตน ไม่ใช่อำนาจตน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่า พล.ต.ต.ใหญ่กว่า พล.ต.อ. รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ไม่มี “ผมยืนยันว่าไม่มี พล.ต.ต.มีบารมีกว่า พล.ต.อ.ถ้ามี มันก็ต้องไปกันข้างหนึ่ง ผมก็ไม่ทราบว่าพล.ต.ต.ที่นักข่าวพูดหมายถึงใคร พล.ต.ต.มีตั้งหลายคน และก็ไม่จำเป็นต้องไปคุย เรื่องนี้ไม่ลำบากใจ เจอกรณีแบบนี้ไม่ลำบากใจหรอก ผมเป็นแค่รอง ผบ.ตร.ทำตามคำสั่ง ผบ.ตร.ยืนยันว่าอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ประเทศเสียหาย ผมไม่ถอยไม่ว่าคุณจะเป็น พล.ต.ต. พล.ต.ท.หรือ พล.ต.อ.ถ้าทำประเทศชาติเสียหาย คนอย่างผมไม่ยอมถอย ” พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าว

ทั้งนี้ คดีนี้สืบเนื่องจากวันที่ 25 สิงหาคม 2560 ศาลอาญารัชดาฯอ่านคำพิพากษาคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายธงชัย โรจน์รุ่งรังสี อดีต กก.บริษัท ไทยเฮิร์บฯ นางนิสา โรจน์รุ่งรังสี กก.ผจก.บริษัท รอยัลเจมส์ฯ บริษัท รอยัล ไทยเฮิร์บฯ บริษัท บางกอก แฮนดิคราฟท์ฯ และบริษัท รอยัล พาราไดซ์ฯ นายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี กก.บริษัทโอเอ ทรานสปอร์ต จก. ผู้ประกอบกิจการให้เช่าบริการรถบัสแก่นักท่องเที่ยว, น.ส.สายทิพย์ โรจน์รุ่งรังสี กก.บริษัท บ้านขนมทิพย์ ฯ กับพวกร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-13 ฐานเป็นอั้งยี่ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ร.บ.นำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ซึ่งต่อมาศาลพิพากษายกฟ้อง ศาลเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมา ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะลงโทษพวกจำเลยตามความผิดที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องได้ พิพากษายกฟ้อง

Advertisement

รายงานแจ้งว่า เวลา 16.00 น. วันนี้ ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร 1 ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร.ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคดี “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” เป็นการด่วน

นอกจากนี้มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน พล.ต.ต.วัชรพงศ์ ดำรงค์ศรี ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) ลงนามคำสั่งกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ให้ พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.พญาไท ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (ศปก.บก.น.1) โดยให้ พ.ต.อ.สมศักดิ์ชัย อมรส่งเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (รอง ผบก.น.1) รักษาราชการแทน อีกหน้าที่หนึ่งโดยไม่ขาดจากหน้าที่เดิม ท่ามกลางกระแสข่าวสะพัดว่า สืบเนื่องจากทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสาน พ.ต.อ.นิวัฒน์ เพื่อขอดูสำนวนการสืบสวนสอบสวนคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ แต่ทั้งนี้ ทางผู้บังคับ
บัญชาระดับสูงคนดังกล่าวไม่ได้ควบคุมกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และคดีดังกล่าวทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ตั้งคณะทำงานโดยมี พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน จึงไม่นำสำนวนส่งมอบให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงนายดังกล่าวดูได้ จึงเป็นสาเหตุการออกคำสั่งย้ายดังกล่าว