หน้าแรก ในประเทศ ชนท้ายสนั่นกล...

ชนท้ายสนั่นกลางสายฝน จยย.2คันพุ่งชนท้าย 6 ล้อเจ็บ 1 ดับ 1 บนแจ้งวัฒนะ

6.09.17 | 09:18 น.

เมื่อเวลา 01.30 น.วันที่ 6 ก.ย. ร.ต.อ.ปิโยรส ชูกุล รอง สว.สอบสวน สภ.ปากเกร็ด ได้รับแจ้งมีรถ จยย.พุ่งชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเหตุเกิดบนสะพานข้ามแยกเมืองทองถนนแจ้งวัฒนะขาเข้ามุ่งหน้าแยกหลักสี่ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จึงประสานแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งรุดตรวจสอบ


ที่เกิดเหตุพบรถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น อาร์ 15 สีน้ำเงิน ทะเบียน 6กผ 4006 กทม และยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น อาร์ 15 สีดำทะเบียน 4กม 6525 กทม ซึ่งทั้ง 2 คันนั้นลักษณะชนอัดติดอยู่ที่ท้ายรถบรรทุก 6 ล้อยี่ห้อ อีซูซุ สีน้ำเงิน ทะเบียน 80-8842 พิจิตร ในที่เกิดเหตุมีผู้บาดเจ็บ 1 คนซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น อาร์ 15 สีน้ำเงิน ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ช่วยเหลือนำตัวส่ง ร.พ.ชลประทานปากเกร็ด ไปก่อนหน้า ส่วนในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นผู้ขับขี่รถ จยย.ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น อาร์ 15 สีดำ และจากการตรวจสอบทราบชื่อคือนายวุฒิพงษ์ ลิภา อายุ 27 ปีอยู่ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม จากการสอบสวนทราบว่ารถ จยย.คันสีน้ำเงินพุ่งชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อก่อนจากนั้น จยย.ของผู้เสียชีวิตขับตามหลังมาพุ่งชนท้ายซ้ำอีกครั้งหนึ่งโดยผู้ขับขี่รถ จยย.ทั้ง 2 คันนั้นไม่รู้จักกันมาก่อน

นายเอกพล ดีรัตน์รัมย์ อายุ 18 ปีเป็นผู้ขับขี่ติดตามรถของผู้บาดเจ็บมาให้การว่า ผู้บาดเจ็บนั้นเป็นรุ่นพี่ ซึ่งตนเองได้ขับขี่รถติดตามหลังมาขณะที่กำลังจะแซงรถบรรทุก 6 ล้อได้มีรถยนต์มาทางด้านขวาด้วยความเร็วจึงหักหลบและทำให้เกิดเสียหลักไปพุ่งชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อทำให้รุ่นพี่นั้นได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ทางด้านนายสมพร โคเมือง อายุ 33 ปีผู้ขับรถบรรทุก 6 ล้อกล่าวว่าขับรถออกมาจากห้างเซนทรัล แจ้งวัฒนะเพื่อมุ่งหน้าไปถนนศรีนครินทร์ระหว่างที่ขับรถขึ้นสะพานจู่ๆเกิดถูกรถ จยย.นั้นพุ่งชนท้ายจึงได้จอดรถเพื่อลงมาดูพร้อมทั้งช่วยเหลือคนเจ็บจากน้ันไม่ถึง 1-2 นาทีมีรถ จยย.อีก 1 คันขับมาด้วยความเร็วพุ่งชนเข้าที่ท้ายรถบรรทุกซ้ำอย่างเต็มแรงจนทำให้ผู้ขับขี่เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ

เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมทั้งได้สอบปากคำเพื่อนของผู้บาดเจ็บรวมถึงสอบปากคำผู้ขับขี่รถบรรทุกไว้ สันนิษฐานว่าผู้ตายน่าจะไม่ได้สังเกตุรถ จยย.ที่ชนท้ายรถบรรทุกกันอยู่ก่อนหน้า ประกอบกับผู้ตายนั้นขับขี่มาด้วยความเร็ว อีกทั่งขณะเกิดเหตุมีฝนตกทำให้ถนนลื่นจึงเป็นเหตุให้เกิดเสียหลักพุ่งชนซ้ำเข้าที่ท้ายรถบรรทุก 6 ล้อทำให้เสียชีวิตดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามจะต้องทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บนสะพานอีกครั้งว่าสามารถบันทึกภาพไว้ได้หรือไม่ ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิตเพื่อชันสูจน์ต่อไป

Advertisement