เมื่อวันที่ 6 กันยายน นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ด สปสช.) กล่าวว่า ในการประชุมบอร์ดฯเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา ได้มีการพิจารณาเรื่องร่างระเบียบสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติว่าด้วย การเก็บรักษาและการใช้จ่ายเงินของสำนักงาน พ.ศ. โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบต่อร่างระเบียบดังกล่าว ซึ่งเป็นการปรับปรุงมาจากระเบียบปี 2546 โดยสาระสำคัญของร่างระเบียบฉบับใหม่นี้คือ 1.การแยกส่วนของการงบประมาณออกไป เพื่อเสนอเป็นร่างระเบียบ สปสช.ว่าด้วยการงบประมาณต่างหาก 2.ปรับปรุงระเบียบเดิม 3 ข้อให้สอดคล้องกับปัจจุบัน คือ ข้อ 14 ให้คณะกรรมการหรืออนุกรรมการที่ได้รับมอบหมายพิจารณาเห็นชอบหลักเกณฑ์ วิธีการ อัตรา และเงื่อนไขการจ่ายค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของสำนักงาน จากเดิมที่เป็นอำนาจของเลขาธิการ สปสช. ข้อ 15 เพิ่มให้ใช้หลักฐานการนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากเป็นหลักฐานการจ่าย และข้อ 19 การจ่ายเงินให้จ่ายเป็นเช็คหรือทางธนาคาร เว้นแต่การจ่ายเงินซึ่งมีจำนวนต่ำกว่า 10,000 บาท จ่ายเป็นเงินสดได้ จากเดิมกำหนดที่ 5,000 บาท
นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า และ 3. เพิ่มหมวด 4 การรับเงิน จ่ายเงิน และเก็บรักษาเงินขององค์กรที่ได้รับมอบให้ทำกิจการของ สปสช. โดยให้องค์กรที่รับมอบภารกิจของ สปสช.มีสิทธิได้รับเงินค่าดำเนินการจากงบบริหาร สปสช. ตามหลักเกณฑ์ที่ สปสช.กำหนด เช่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ที่มาทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการพิจารณาการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการรับบริการทางการแพทย์ ตามมาตรา 41 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ หรือหน่วยรับเรื่องร้องเรียนที่ อบต. เป็นต้น โดยให้รับเงินเข้าบัญชีปกติขององค์กร แต่ให้มีทะเบียนคุม ซึ่งการจ่ายเงินให้จ่ายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้รับมอบหมาย ใช้เงินตามระเบียบวิธีปฏิบัติปกติขององค์กร ทั้งนี้ ให้องค์กรเก็บรักษาเงินไว้ได้ตามที่กำหนดในโครงการ หากไม่เสร็จขยายเวลาได้ครั้งละไม่เกิน 1 ปี
นายวิทยา ตันสุวรรณนนท์ รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า เดิม สปสช.มีระเบียบว่าด้วยการเก็บรักษาและการใช้จ่ายเงินของสำนักงาน พ.ศ. 2546 ซึ่งครอบคลุมการงบประมาณและการเก็บรักษาและการใช้จ่ายเงินของสำนักงาน แต่จากการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้คำแนะนำว่า ควรมีระเบียบว่าด้วยการงบประมาณแยกเป็นการเฉพาะ จึงจะมีการร่างระเบียบว่าด้วยการงบประมาณต่างหาก ส่วนระเบียบว่าด้วยการเก็บรักษาและการใช้จ่ายเงินของสำนักงานจึงต้องมีการปรับปรุงใหม่ โดยตัดเรื่องการงบประมาณออกและขยายให้ครอบคลุมองค์กรที่ได้รับมอบภารกิจจาก สปสช.ด้วย ซึ่งยึดตามคำสั่ง คสช. และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกตามคำสั่ง คสช.

