ตร.สั่งระดมทั่วประเทศ กวาดล้างอาชญากรรม ปืน ยาเสพติด หมายจับเก่า ก่อนพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ

6.09.17 | 13:50 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 กันยายน ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร) (ปป1) พร้อมด้วย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ที่ปรึกษา (สบ10) (ปป11) พล.ต.ท.รุ่งฤทธิ์ ซุ่นทรัพย์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ปป33) และเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการทุกหน่วยในสังกัด เข้าร่วมประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อสั่งการกำชับ มาตรการระดมกวาดล้างอาชญากรรมทั่วประเทศ ก่อนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9

รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม 2560 เป็นห้วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะมีประชาชนเดินทางมาร่วมพระราชพิธีฯ ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคจำนวนมาก อาจมีกลุ่มบุคคลผู้ไม่หวังดีเข้ามาฉกฉวยโอกาส สร้างสถานการณ์ก่อเหตุร้าย หรือความไม่สงบในพื้นที่ต่างๆ ขึ้นได้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรม ตั้งแต่บัดนี้ ไปจนถึงช่วงก่อนพระราชพิธีฯ เพื่อให้ภาพรวมการจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน การรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชน ซึ่ง ตร.ได้มีวิทยุสั่งการให้ทุกหน่วย ดำเนินการระดมกวาดล้างอาชญากรรมก่อนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ในห้วงเดือนกันยายน-ตุลาคม 2560 กำหนดเป็น 3 ช่วง ใน 3 กลุ่มเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ อาวุธปืน ยาเสพติด และหมายจับค้างเก่า โดยจะมีการประเมินผล กำหนดเป้าหมายการจับกุมต้องไม่น้อยกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ เมื่อเปรียบเทียบกับห้วงเดียวกันของปี 2559 ที่ผ่านมา มีรายละเอียดข้อสั่งการโดยสรุป ดังนี้

“ให้ บช.น.ภ.1-9 และ ก. ดำเนินการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ก่อนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ใน 3 กลุ่มเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ อาวุธปืน ยาเสพติด และหมายจับค้างเก่า กำหนดการระดม แบ่งเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 วันที่ 6-15 กันยายน 2560 ช่วงที่ 2 วันที่ 21-30 กันยายน 2560 ช่วงที่ 3 วันที่ 6-15 ตุลาคม 2560 โดยบูรณาการกำลังจากทุกภาคส่วน ให้มีการปล่อยแถวระดมกวาดล้าง ปิดล้อมตรวจค้น หรือกิจกรรมอื่นๆ และแจ้งผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. ที่รับผิดชอบพื้นที่ทราบ เพื่อร่วมดำเนินการ แล้วรายงานผลให้ ตร.ทราบ การประเมินผลการปฏิบัติ จะพิจารณาผลการจับกุม คดีกลุ่ม 4 โดยเฉพาะเป้าหมายอาวุธปืน ยาเสพติด และหมายจับค้างเก่าภาพรวมตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบัน มีหมายจับค้างเก่ามากกว่า 1 แสนหมายจับ ในภาพรวม 2 ห้วง คือ ตั้งแต่ 1-30กันยายน 2560 และ 1-15 ตุลาคม 2560 ทุกหน่วยต้องมีผลการจับกุมตามเป้าหมายที่ตั้ง เมื่อเปรียบเทียบกับห้วงเดียวกันของปี 2559 โดยให้ รอง ผบช. ผบก. รอง ผบก. ที่รับผิดชอบ ลงไปควบคุม กำกับ ให้มีการปฏิบัติอย่างเข้มข้น จริงจัง เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในการจับกุมตามหมายจับค้างเก่า เนื่องจากแต่ละหน่วยกำหนดเป้าหมายการจับกุมไว้แตกต่างกัน เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน จึงให้ทุกหน่วยกำหนดเป้าหมายไว้อย่างต่ำ ที่ร้อยละ 3 ต่อเดือน ของหมายจับค้างเก่าทั้งหมด และเร่งรัดดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมาย” รอง ผบ.ตร.กล่าว

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลได้มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการบริหารติดตามคดีสำคัญที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ขอให้ทุกหน่วยที่มีคดีสำคัญในความรับผิดชอบ เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หากพบว่าล่าช้าโดยไม่มีเหตุอันควร จะพิจารณาข้อบกพร่องหน่วยที่ยังไม่รายงานผลการตรวจสอบฯ กำชับเรื่องการแจ้งความของพนักงานสอบสวน ขอให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามระเบียบ กฎหมาย อย่างเคร่งครัด เนื่องจากปัจจุบันการสื่อสารทางโซเชียลมีเดีย มีผลต่อการปฏิบัติงานของตำรวจมาก หากปฏิบัติโดยมิชอบ หรือไม่ถูกต้อง จะเกิดความเสียหายต่อหน่วย และภาพลักษณ์ขององค์กร กำชับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สายตรวจ เน้นการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะการบันทึกภาพขณะปฏิบัติงาน การใช้ข้อมูลจากกล้องซีซีทีวี มาใช้ในการบริหารการป้องกันเหตุในพื้นที่ รวมทั้งใช้เป็นเครื่องมือในการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ

“อย่างไรก็ตามได้เน้นย้ำให้พื้นที่รับผิดชอบเข้มงวดตรวจสอบบริเวณจุดที่กำหนดให้เป็นจุดถวายดอกไม้จันทน์ เนื่องจากคาดว่าจะมีประชาชนจำนวนมากมาร่วมถวายดอกไม้จันทน์ รวมถึงเพิ่มมาตรการเข้มข้นจุดคัดกรองต่างๆ โดยเฉพาะรอบสนามหลวง ได้เสนอทางทหารเพิ่มจุดคัดกรองและขยายวงให้กว้างขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีฯ โดยกำชับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สายตรวจ ให้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะการบันทึกภาพขณะปฏิบัติงาน การใช้ข้อมูลจากกล้องซีซีทีวี มาใช้ในการบริหารการป้องกันเหตุในพื้นที่ รวมทั้งใช้เป็นเครื่องมือในการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ด้วย ส่วนเรื่องการจราจรบริเวณรอบท้องสนามหลวง จะมีการประชุมเตรียมความพร้อม และกำหนดเส้นทางชี้แจงให้ประชาชนทราบอีกครั้งภายหลัง” รอง ผบ.ตร.กล่าว และว่า ขอความร่วมมือประชาชนในการเป็นหูเป็นตา ให้ข้อมูลเบาะแสกับตำรวจ หากพบการกระทำความผิด โดยจะสั่งการให้ทุกโรงพักประสานตำรวจอาสา ตำรวจชุมชน อาสามัครแจ้งข่าวอาชญากรรมเป็นผู้ช่วยตำรวจในการแจ้งเบาะแสในการกวาดล้างอาชญากรรมครั้งนี้