ก.แรงงานปิดพิสูจน์ความสัมพันธ์’นายจ้าง-ลูกจ้าง’ ผ่านการรับรอง 6.7 แสนราย

6.09.17 | 17:39 น.

เมื่อวันที่ 6 กันยายน นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ โฆษกกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ความเป็นนายจ้าง ลูกจ้างแรงงานต่างด้าว ว่า หลังจากกระทรวงได้เปิดให้นายจ้างพาแรงงานต่างด้าวมาแจ้งการทำงาน ตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว พ.ศ.2560 ซึ่งพบว่ามีนายจ้างมาแจ้งขอใช้งานแรงงานต่างด้าวกว่า 797,685 คน และเปิดพิสูจน์ความสัมพันธ์การเป็นนายจ้างลูกจ้างกันตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม-6 กันยายน ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้าย แต่บางศูนย์ยังจำเป็นต้องขยายเวลาการให้บริการเนื่องจากว่าดำเนินการตรวจความสัมพันธ์ยังไม่ครบ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเบื้องต้นสรุป ณ วันที่ 5 กันยายน พบว่ามีนายจ้างมารับการพิสูจน์ 173,879 ราย แรงงานต่างด้าว 689,091 ราย ในจำนวนนี้ผ่านการรับรอง 670,646 ราย ไม่ผ่าน 18,445 ราย เนื่องจากไม่มีความสัมพันธ์การจ้างงานกัน อายุต่ำกว่า 15 ปี เป็นต้น ซึ่งกลุ่มที่ไม่ผ่านมีทางเดียวคือกลับไปยังประเทศต้นทางของตัวเอง แล้วเข้ามาใหม่ผ่านระบบเอ็มโอยู

“ยืนยันว่าการขึ้นทะเบียนครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่กระทรวงเปิดโอกาสให้แล้ว ไม่มีการเปิดอีกตามที่กระแสข่าวออกมาอยู่เป็นระยะ การที่แรงงานต่างด้าวจะเข้ามาทำงานในประเทศไทยต่อจากนี้จะต้องผ่านระบบเอ็มโอยูเท่านั้น” โฆษกกระทรวงกล่าว

นายอนันต์ชัยกล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนต่อไปคือการพิสูจน์สัญชาตินั้น ในส่วนของเมียนมาได้เปิดให้ไปขอนัดหมายและชำระค่าเอกสารพิสูจน์สัญชาติ(CI) 310 บาท และค่าเอกสารรับรองการทำงาน หรือเวิร์กเพอร์มิต 560 บาทที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส เซเว่นอีเลฟเว่นแล้วตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา และจะให้บริการจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม เมื่อได้ใบเสร็จรับเงินมาแล้วอยากให้ถ่ายเอกสารเอาไว้ด้วย เผื่อทำใบเสร็จรับเงินหาย หรือข้อมูลลางเลือนก็สามารถสำเนานั้นแทนได้ โดยวันแรกที่มีการนัดหมายให้มาพิสูจน์สัญชาติที่ศูนย์วันสต๊อปเซอร์วิส คือ 15 ธันวาคม ขอให้นำเอกสารดังกล่าวมาด้วย ถ้าทำหายก็อาจจะทำให้กระบวนการต่างๆ ยุ่งยากขึ้นเพราะต้องตรวจสอบหลายอย่าง ทั้งนี้การไปดำเนินการต่างๆ ที่ศูนย์วันสต๊อปเซอร์วิสนั้นยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกจำนวน 1,500 บาท เป็นค่าตรวจลงตราวีซ่า 500 บาท ค่าตรวจสุขภาพ 500 บาท และค่าซื้อบัตรประกันสุขภาพ 500 บาท

โฆษกกระทรวงกล่าวอีกว่า สำหรับแรงงานกัมพูชานั้นหลังจากที่ทางการกัมพูชารับปากว่าจะมาเปิดศูนย์พิสูจน์สัญชาติในประเทศไทยภายในเดือนสิงหาคมนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดได้ เนื่องจากทางการกัมพูชายังติดปัญหาเรื่องระบบ ดังนั้นขอให้แรงงานกัมพูชารอไปก่อน หากมีความคืบหน้าทางกระทรวงจะออกประกาศให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ส่วนแรงงานลาวซึ่งยังไม่มีการเปิดศูนย์อยู่แล้วนั้น เบื้องต้นก็ต้องเดินทางกลับไปทำเรื่องที่ประเทศของตัวเอง โดยแรงงานที่ถือพาสปอร์ตและวีซ่านักท่องเที่ยวที่ยังไม่หมดอายุก็สามารถเดินทางกลับไปได้เลย แต่แรงงานที่ไม่มีเอกสาร มีพาสปอร์ต แต่วีซ่าหมดอายุต้องไปทำเรื่องที่สถานทูตลาวใน กทม. หรือสถานกงสุลลาวที่ จ.ขอนแก่นก่อนออกไป หรืออีกกรณีหนึ่งคือในวันที่ 7 กันยายนนี้ ทางการลาวจะมีการประชุมผู้บริหารและหารือกันว่าจะมาเปิดศูนย์พิสูจน์สัญชาติในไทยหรือไม่ ดังนั้นแรงงานจะรอก่อนก็ได้ หรือถ้าไม่อยากรอก็ดำเนินการตามที่กล่าวไว้ข้างต้น

 

Advertisement