ญาติโดน ‘สาวแสบ’ อ้างชื่อเปิดบัญชีแบงก์พบ ตร.แสดงความบริสุทธิ์ใจ

7.09.17 | 17:32 น.

จากกรณีที่นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทําลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้พาผู้เสียหาย 12 รายเข้าพบ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดี น.ส.จริยาภรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ชาว จ.เลย ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงหลังหลอกลวงผู้เสียหายที่รู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊กแล้วพูดคุยตีสนิทในเชิงชู้สาวจนมีความสัมพันธ์ต่อกัน ก่อนจะชักชวนลงทุนธุรกิจขายผลไม้ รวมทั้งอ้างว่ากำลังตั้งครรภ์และจะขอให้จัดงานแต่งงาน แต่กลับเชิดเงินสินสอดจากผู้เสียหายหลบหนีไปรายละหลายแสนบาทจนผู้เสียหายต้องเป็นหนี้ได้รับความเดือดร้อนนั้น กระทั่งต่อมาตำรวจกองปราบฯได้ทำการประสานเชิญตัว น.ส.สร้อยเพ็ชร รวมถึงนายบุญเลี้ยง และนางสำโรง พ่อและแม่ของ น.ส.จริยาภรณ์มาเข้าพบด้วย เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง

วันที่ 7 กันยายน 2560 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป) พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน กก.2 และ กก.5 บก.ป. สอบปากคำผู้เสียหาย และเร่งสอบสวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ แต่เนื่องจากผู้เสียหายได้แจ้งความกับตำรวจท้องที่ไว้แล้ว หลังจากนี้ก็จะมีการประสานข้อมูลกับพนักงานสอบสวนท้องที่ ส่วนกรณีที่น่าจะยังมีผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยเร่งรัดสั่งการไปยังพนักงานสอบสวน กก.2 และ กก.5 บก.ป.แล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่า ในส่วนของการติดตามจับกุมตัว น.ส.จริยาภรณ์ เบื้องต้นจากข้อมูลหลักฐานที่ได้รับในขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังเชื่อว่าคงหลบซ่อนตัวอยู่ภายในประเทศ เนื่องจากไม่พบความเคลื่อนไหวหรือข้อมูลการเดินทางออกนอกประเทศในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงสืบทราบเบาะแสสำคัญบางอย่างเกี่ยวกับสถานที่กบดานซ่อนตัวของ น.ส.จริยาภรณ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบให้แน่ชัด เชื่อว่าน่าจะติดตามจับกุมตัว น.ส.จริยาภรณ์ได้ภายในเร็ววันนี้

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบปากคำญาติพี่น้องของ น.ส.จริยาภรณ์ ยังพบว่าในอดีตนั้นเคยอยู่กินฉันสามี-ภรรยากับชายไทยรายหนึ่งกันแบบจริงจัง แต่ไม่ได้มีการแต่งงานกันอย่างเป็นทางการ และมีลูกด้วยกัน 2 คน ก่อนจะเลิกรากันไป กระทั่งมาก่อเหตุหลอกลวงแต่งงานกับผู้เสียหายอีกหลายรายดังกล่าว รวมถึงเมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา น.ส.สร้อยเพชร ผู้ที่ถูก น.ส.จริยาภรณ์แอบอ้างและเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่ น.ส.จริยาภรณ์ให้ผู้เสียหายโอนเงินค่าสินสอดเข้าไปให้นั้นได้โทรศัพท์ติดต่อมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ เพื่อขอชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดย น.ส.สร้อยเพชรอ้างว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำของ น.ส.จริยาภรณ์ และจะมีการนัดหมายเดินทางเข้าให้การกับทางพนักงานสอบสวนกองปราบฯ อย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ต่อมา เมื่อเวลา 16.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป) น.ส.สร้อยเพชร พาลีวัลย์ อายุ 27 ปี ชาว จ.เลย บุคคลที่ น.ส.จริยาภรณ์นำชื่อไปใช้ในการเปิดบัญชีธนาคารและแอบอ้างตัวกับผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้แต่งงานด้วย พร้อมด้วยแฟนหนุ่มได้เข้าพบ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. และ ร.ต.อ.ศรสุพรรณ อดทนศรีอนันต์ รอง สว. (สอบสวน) กก.2 บก.ป. เพื่อเข้าให้ปากคำเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว

Advertisement

โดย น.ส.สร้อยเพชรกล่าวว่า เข้าพบเจ้าหน้าที่เพราะทราบข่าวว่าตนมีชื่อไปพัวพันกับคดีที่ น.ส.จริยาภรณ์หลอกลวงผู้เสียหายแต่งงานแล้วเชิดเงินค่าสินสอดหนี ค่อนข้างตกใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำของ น.ส.จริยาภรณ์ แต่ยอมรับว่ารู้จักกับ น.ส.จริยาภรณ์ เป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว เนื่องจากมีศักดิ์เป็นญาติใกล้ชิดกัน ส่วนกรณีที่ชื่อบัญชีธนาคารที่ น.ส.จริยาภรณ์ ให้ผู้เสียหายโอนเงินให้ตรงกับชื่อของตนนั้นตนก็ไม่ทราบเรื่อง และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเงินจากบุคคลแปลกหน้าโอนเข้ามาให้ในบัญชีธนาคารของตนแต่อย่างไร อย่างไรก็ตาม อาจเป็นไปได้ว่า น.ส.จริยาภรณ์อาจจะเคยนำบัตรประชาชนของตนไปใช้ในการเปิดบัญชีธนาคารขึ้นมาใหม่ หรือทำธุรกรรมทางการเงิน เนื่องจากเมื่อหลายปีก่อน น.ส.จริยาภรณ์เคยมาขอยืมบัตรประชาชนของตนไปใช้ในการสมัครงานแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยอ้างว่าตัวเองมีอายุเกินกำหนดที่จะสมัครงานจึงจำเป็นต้องใช้บัตรประชาชนของตนในการสมัครงานแทน ซึ่งครั้งนั้นตนก็ไม่ได้เอะใจ เนื่องจากเห็นว่าเป็นญาติพี่น้องกัน ต่อมาตนได้ทวงถามขอคืนบัตรประชาชนแต่ก็ได้รับการบ่ายเบี่ยง ตนจึงตัดสินใจไปทำบัตรประชาชนใหม่ จนกระทั่งเกิดเรื่อง จึงได้เข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจกับทางเจ้าหน้าที่ และไม่คิดว่าญาติพี่น้องกันจะทำกันแบบนี้

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.ได้ทำการสอบปากคำ น.ส.สร้อยเพชรอย่างละเอียดเพื่อนำไปใช้ประกอบสำนวนคดี จึงจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการสอบสวนพอสมควร