เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 กันยายน 2560 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พร้อมคณะพนักงานสอบสวน บก.ป. ร่วมกันสอบปากคำ น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ หรือภรณ์ หรือน้ำมนต์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 574 หมู่ 11 ต.ศรีสงคราม อ.วังสะพุง จ.เลย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2559 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ภายหลังหลอกลวงชายหนุ่มผู้เสียหายที่รู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ก ก่อนจะพูดคุยตีสนิทในเชิงชู้สาวจนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน ก่อนจะชักชวนลงทุนธุรกิจขายผลไม้ รวมทั้งอ้างว่ากำลังตั้งครรภ์ และขอให้ฝ่ายชายจัดงานแต่งงาน แต่ภายหลังกลับเชิดเงินสินสอดจากผู้เสียหายแล้วหลบหนีไปรายละหลายแสนบาท จนผู้เสียหายต้องตกเป็นหนี้ ได้รับความเดือดร้อน รวมกว่า 14 ราย ซึ่งผู้เสียหายทั้งหมดได้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารในชื่อ น.ส.สร้อยเพ็ชร พาลีวัลย์
ต่อมาเมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา จับกุมตัว น.ส.จริยาภรณ์ได้ที่ถนนตลาดเก้าแสน แยกกระทุ่มแบน ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี วันที่ 1 สิงหาคม 2560 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และยังมีหมายจับติดตัวอยู่อีก 4 หมาย ส่วนใหญ่เป็นคดีร่วมกันฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ พร้อมของกลาง แอร์ 1 เครื่อง ป้ายทะเบียนรถ 2 ป้าย บัตรประชาชนของ น.ส.สร้อยเพ็ชร และบัญชีธนาคาร หลังจากอาศัยอยู่กับสามีคนปัจจุบันคือนายกิตติศักดิ์ ตันติวัฒน์กุล อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ลงวันที่ 19 มีนาคม 2559 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง โดยในส่วนของนายกิตติศักดิ์ ติดตามจับกุมได้ที่โรงแรมไลค์อินน์ ถนนพุทธมณฑล สาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม
พร้อมกันนั้นได้อายัดรถยนต์ยี่ห้อนิสสันสีขาว ทะเบียน 4กจ 4319 กรุงเทพมหานคร และรถกระบะยี่ห้อโตโยต้าวีโก้ สีดำ ทะเบียน 1ฒถ 1219 ระยอง ไว้ตรวจสอบ ก่อนควบคุมตัวทั้งสองมาสอบสวนดำเนินคดีที่ บก.ป.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ฐิติราชพร้อมพนักงานสอบสวนได้ใช้เวลาในการสอบปากคำ น.ส.จริยาภรณ์ เป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง จากนั้น พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าวว่า สาเหตุที่กำกับคดีนี้ด้วยตนเอง เนื่องจากมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมากและกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ อาทิ ภาคตะวันออก เบื้องต้นจากการตรวจสอบมีผู้เสียหาย 11 ราย และคาดว่าจะมีเพิ่มอีก อีกทั้งยังเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ และอยากให้เกิดความเข็ดหลาบ คดีดังกล่าวมีข้อมูล ข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กองปราบปราม ที่จะต้องสร้างความชัดเจน ขณะนี้มีมูลค่าความเสียหายจากการหลอกลวงกว่า 3 ล้านบาท
ผบช.ก.กล่าวต่อว่า คดีนี้เข้าข่ายเป็นคดีสารพัดโกงอีกด้วย อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นจะพิจารณาแจ้งข้อหาฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ซึ่งนำไปสู่มูลฐานความผิดเพื่อนำไปสู่การยึดทรัพย์ได้ สำหรับพ่อ-แม่ น.ส.จริยาภรณ์ที่หลบหนีอยู่ในขณะนี้นั้นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าพ่อ-แม่มีส่วนรู้เห็นหรือไม่ หรือ น.ส.จริยาภรณ์ไปหลอกลวงพ่อ-แม่ว่าอย่างไร กรณี น.ส.สร้อยเพ็ชร พาลีวัลย์ อายุ 27 ปี ชาว จ.เลย ที่ถูก น.ส.จริยาภรณ์นำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคารในการหลอกลวงนั้น น.ส.สร้อยเพ็ชร ถือว่าไม่มีความผิดเพราะเป็นการเปิดบัญชีม้า ซึ่ง น.ส.สร้อยเพ็ชรไม่มีส่วนรู้เห็น

ขณะที่ น.ส.จริยาภรณ์เปิดเผยว่า ที่บอกว่าหลอกลวงผู้ชายมากมาย ประเด็นคือว่าประกอบอาชีพเกี่ยวกับการค้าขายผลไม้จริง มีการคบหากับแต่ละคน โดยคนที่แต่งงานด้วยนั้นก็มีการไปมาหาสู่กันและพูดคุยกัน แต่ละคนมีระยะเวลาที่พูดคุยกันอยู่ ไม่ได้มีเจตนาที่จะล่อลวงหรือมีเจตนาที่จะหลอกลวงใครให้มาแต่งงาน ทั้งนี้ คนที่ตนได้แต่งงานด้วยมีเพียงแค่ 7 คนเท่านั้น ที่เหลือเป็นเรื่องของการฉ้อโกงมากกว่า เพราะทุกคนยินยอมจะให้เงินกับตน เพื่อทำธุรกิจค้าขายผลไม้ร่วมกัน
ด้านนายไพรัตน์ พึ่งสุข อายุ 28 ปี ชาว จ.เพชรบูรณ์ หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เป็นเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าวีโก้สีดำ ทะเบียน 1ฒถ 1219 ซึ่งเป็นของกลางที่ยึดได้ขณะจับกุม น.ส.จริยาภรณ์ ในส่วนของรถ ตนได้แจ้งความไว้แล้วที่ สภ.เมืองระยอง นอกจากโดนขโมยรถแล้วตนยังโดนหลอกให้จ่ายเงินสด 180,000 บาท สำหรับการกระทำดังกล่าวของ น.ส.จริยาภรณ์ เสียความรู้สึกมากที่มาหลอกให้แต่งงาน แล้วยังทำให้เป็นหนี้สิน ทำทีมาพูดจาดีว่าให้ไปทำธุรกิจด้วย จะสร้างอนาคตด้วยกัน ยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับ น.ส.จริยาภรณ์ให้ถึงที่สุด
ต่อมาควบคุมตัว น.ส.จริยาภรณ์ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี อย่างไรก็ตาม สำหรับ น.ส.จริยาภรณ์ ยังมีหมายจับติดตัวอยู่อีก 4 หมายคือ หมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ที่ 190/2559 ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2559 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง, ศาลจังหวัดชุมพร ที่ จ.144/2559 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2559 ข้อหาฉ้อโกง, ศาลจังหวัดระยอง ที่ 417/2560 ลงวันที่ 5 กันยายน 2560 ข้อหายักยอกทรัพย์ และศาลจังหวัดเลย หลังจากหนีประกันในชั้นศาลในคดีฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสารราชการ
ขณะที่นายกิตติศักดิ์ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี รับไว้ดำเนินคดี โดยพฤติการณ์กระทำความผิดตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรีดังกล่าวนั้น เป็นเพราะได้ร่วมกับ น.ส.จริยาภรณ์ หลอกซื้อทุเรียนจากเกษตรกรในพื้นที่ จ.จันทบุรี

