ศรีวราห์ รับมอบ 4 ผู้ต้องหาปล้นเต็นท์รถนาทวี แจ้งข้อหาอั้งยี่-ก่อการร้าย ห้ามประกันตัว

8.09.17 | 15:21 น.

รับมอบตัวผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีร่วมปล้นเต็นท์รถยนต์มือสอง ประกอบระเบิด อีก 4 คน หลังออกหมายจับเพิ่มในรอบที่ 2 จำนวน 8 คน รวมหมายจับ 2 รอบ 14 คน ขยายผลเพิ่มอีก 21

เมื่อวันที่ 8 กันยายน พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี คนร้ายปล้นเต็นท์รถยนต์มือสองในอำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา และนำไปก่อวินาศกรรมในพื้นที่จังหวัดปัตตานี เหตุการณ์เกิดต่อเนื่องกัน 16-17 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยพนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับผู้ต้องหาชุดแรก รวม 6 คนไปก่อนหน้านี้ และล่าสุดเมื่อวานนี้ ศาลจังหวัดนาทวีได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้เพิ่มอีก 8 คน ประกอบด้วย นายภาณุมาศน์ หลีเส็น อายุ 37 ปี นายไซฟุดดิน หะยีปูเต๊ะ อายุ 29 ปี นายหมะดาโหะ เสมสัน อายุ 40 ปี นายอับดุล สอเหร็ม 27 ปี นายมะรอยี ราแดง อายุ 29 ปี นายฮาริยะ การี อายุ 26 ปี นายอับดุลมานัส เจะเลาะ อายุ 45 ปี และนาย เจะฮารง บาเฮง อายุ 37 ปี

พลตำรวจเอกศรีวราห์ ได้รับมอบตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ 4 คน คือ นายภาณุมาศ นายมะรอยี นายฮาริยะและนายอับดุลมานัส จากฝ่ายทหาร ที่ได้มีการควบคุมตัวไว้ซักถามก่อนหน้านี้แล้ว โดยได้จัดแพทย์จากโรงพยาบาลสงขลา ตรวจสอบสุขภาพเบื้องต้น พร้อมจัดหาทนายและโต๊ะอิหม่าม ร่วมฟังการสอบปากคำ ผู้ต้องหาทั้งหมดยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ 11 ข้อกล่าวหา อาทิ ร่วมกันก่อการร้าย เป็นอั้งยี่หรือซ่องโจรเพื่อก่อการร้าย ร่วมกันทำ มีใช้ วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ เป็นต้น เบื้องต้นผู้ต้องหา 3 คนให้การรับสารภาพ มีเพียงนายอับดุลมานัส เท่านั้นที่ให้การปฏิเสธ โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดพนักงานสอบสวนเข้าทำการสอบปากคำอย่างละเอียด พร้อมห้ามประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีร้ายแรง

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ในขณะนี้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว 2 ครั้ง รวม 14 คน มอบตัวแล้ว 1 คน จับกุมตัวในวันนี้ 4 คน ที่เหลืออยู่ระหว่างการติดตามจับกุม นอกจากนั้นยังมีหลักฐาน ดีเอ็นเออีกจำนวน 21 ดีเอ็นเอ ที่ยังหาคู่เทียบไม่ได้ โดยเป็นดีเอ็นเอที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุทุกจุด ซึ่งพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการเร่งรัดขยายผล เพื่อหาตัวเจ้าของดีเอ็นเอที่พบในจุดเกิดเหตุ ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนพัวพันกับคดี