“พอลลีน งามพริ้ง” อดีตผู้ลงสมัครชิงนายกสมาคมฟุตบอล เผยปัญหาสาวประเภทสอง ด้าน ‘หมอสมาน’ จ่อผุดศูนย์สุขภาพทางเพศให้บริการทุกกลุ่ม
เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ ราชดำริ กทม. ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ร่วมกับองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา จัดงานประชุมระดับชาติว่าด้วยรูปแบบบริการสุขภาพและเอชไอวีสำหรับผู้หญิงข้ามเพศ โดย นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ในระบบบริการสุขภาพตามปกติ ทุกคนมีสิทธิในการตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวีคนละ 2 ครั้งต่อปี หากตรวจพบเชื้อก็สามารถรับยาต้านไวรัสได้ฟรี แต่การเข้าถึงของกลุ่มคนข้ามเพศยังอยู่เพียงแค่ร้อยละ 70 เท่านั้น ก็ต้องมาหาสาเหตุว่า เหตุใดจึงมารับบริการน้อย ขณะเดียวกันระบบสาธารณสุขเองก็ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อตอบสนองต่อผู้มารับบริการด้วย
“ยอมรับว่าแพทย์เองก็มีความรู้ในเรื่องเหล่านี้น้อยเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ก็มีการหารือกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในหลายระบบ ทั้งแผนกสูตินรีเวช ด้านฮอร์โมน และศัลยกรรม เพื่อออกแบบระบบบริการสุขภาพที่สอคล้องกับความต้องการของกลุ่มคนข้ามเพศ ให้ผู้มารับบริการสะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็มีการเชิญกลุ่มคนข้ามเพศมาร่วมให้ความเห็นและเสนอความต้องการในระบบบริการสุขภาพด้วย ส่วนที่จะมีการแยกคลินิกบริการหรือไม่นั้น ก็ต้องพิจารณาจากความเหมาะสมและบริบทของแต่ละพื้นที่ แต่โดยหลักการคือทำให้ผู้มารับบริการสะดวกมากยิ่งขึ้น” นพ.สมาน กล่าว
นพ.สมาน กล่าวอีกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคารศูนย์ความเป็นเลิศด้านสุขภาพทางเพศ ตั้งอยู่ที่โรงพยาบาลบางรักเก่า ซึ่งกรมฯ จะผลักดันให้เป็นศูนย์ที่ดูแลเฉพาะทางด้านสุขภาพทางเพศ ให้บริการในทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มคนข้ามเพศด้วย ซึ่งอาจมีการตั้งคลินิกเฉพาะต่างหาก เพราะอาคารของศูนย์ดังกล่าวถือว่ามีพื้นที่กว้างขวาง อาคารสูงประมาณ 17 ชั้น โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 4 ปี

โดย โม-จิรัชยา ศิริมงคลนาวิน มิสทิฟฟานี ยูนิเวิร์ส 2016 และมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2016 กล่าวว่า สังคมไทยและสังคมโลกไม่ได้มีแค่เพศหญิงและเพศชาย แต่อยู่บนความแตกต่างหลากหลายของมนุษยชาติ คนข้ามเพศก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคม ที่พึงได้รับสิทธิและสวัสดิการในการดูแลเรื่องสุขภาพอย่างเท่าเทียมกับคนกลุ่มอื่นๆ ในสังคม ทั้งนี้ ผู้หญิงข้ามเพศถูกทำให้เป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องเผชิญกับเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สาเหตุหนึ่งคือ การขาดแคลนองค์ความรู้ และงานวิจัยที่มีความเข้าใจเรื่องเพศสภาพของคนข้ามเพศ ทำให้หน่วยงานด้านสุขภาพมีข้อจำกัดในการจัดบริการด้านสุขภาพที่ตอบสนองความต้องการอย่างแท้จริงของคนข้ามเพศ เช่น การให้คำปรึกษา การตรวจเลือดโดยสมัครใจ การรักษาด้วยยาต้านไวรัส การรับฮอร์โมน และการศัลยกรรมปรับเปลี่ยนร่างกาย เป็นต้น
ด้าน พอลลีน งามพริ้ง หรือพินิจ งามพริ้ง (ชื่อเดิม) อดีตผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และอดีตแกนนำกลุ่ม “เชียร์ไทย” ซึ่งเปิดตัวเป็นผู้หญิงข้ามเพศ กล่าวว่า ตนถือว่าเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทั้งนี้ ในอดีตและปัจจุบันมองว่า ประเทศไทยยังมีปัญหาในเรื่องของการเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพทางเพศของกลุ่มคนข้ามเพศ เช่น การรับฮอร์โมน การศัลยกรรมยังค่อนข้างจำกัด อย่างช่วงสมัยที่ตนสับสนอยากเปลี่ยนข้ามเพศ ก็พยายามหาข้อมูล แต่ข้อมูลที่ได้คือข้อมูลที่ไม่เป็นทางการ ซึ่งไม่แน่ใจว่าเชื่อถือได้หรือไม่ หลายคนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ไปปรึกษาใคร เพราะไม่มีความรู้ ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล และสิ่งแวดล้อมก็กดดัน บางครั้งคนเหล่านี้ก็ฆ่าตัวตาย ซึ่งไม่ทราบว่ามีความเครียดอะไรหรือเพราะอะไร เพราะไม่กล้าเปิดเผยตัวตน หรือแม้แต่บางคนที่เปิดเผยก็ยังไม่ได้รับการยอมรับก็มี
“ตัวเองถือว่าโชคดีเพราะได้เดินทางไปรับการปรึกษาที่สหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งก็มีคลินิกที่ให้บริการในเรื่องเหล่านี้มากกว่า 10-20 แห่ง จึงอยากให้ประเทศไทยส่งเสริมเรื่องระบบบริการสุขภาพทางเพศของกลุ่มคนข้ามเพศให้มากขึ้น และต้องแก้ปัญหาเรื่องทัศนคติของผู้ให้บริการที่ยังมองว่าคนข้ามเพศไม่ปกติ และมีบริการที่ครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการให้คำปรึกษา การทำให้คนข้ามเพศเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องในการดูแลตัวเอง เช่น ควรมีสายด่วนฮอตไลน์ให้ปรึกษา หรือมีเว็บไซต์หลักโดยเฉพาะที่ให้ข้อมูลในเรื่องเหล่านี้” พอลลีน กล่าว

