ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา กรรมการแพทยสภา กล่าวว่า นักศึกษาแพทย์รายนี้ยังไม่ได้อยู่ในความดูแลของแพทยสภา เพราะแพทยสภาจะดูแลเฉพาะแพทย์เป็นหลัก และในกรณีนี้จะต้องขึ้นอยู่กับทางคณบดีและสถานศึกษาเป็นหลักว่าจะลงโทษอย่างไร แต่ในความคิดเห็นส่วนตัว หากมีคนฟ้องนักศึกษาแพทย์รายนี้ ก็จะโดนคดีอาญา ซึ่งเข้าข่ายผิดในด้านจริยธรรมจรรยาบรรณในวิชาชีพ ก็จะส่งผลให้ไม่สามารถสมัครเป็นแพทย์ได้ เนื่องจากเคยโดนโทษอาญา แต่ต่อให้ไม่มีผู้ฟ้องก็อาจจะต้องมีการไปตรวจปัญหาทางด้านสุขภาพจิตของนักศึกษาแพทย์รายนี้ เพราะหากมีปัญหาทางสุขภาพจิตก็จะไม่สามารถเป็นแพทย์ได้เช่นกัน เนื่องจากหากปล่อยให้คนมีปัญหาทางสุขภาพจิตไปดูแลคนไข้ ก็อาจจะเป็นอันตรายต่อคนไข้ได้ นอกจากนี้หากมีปัญหาทางด้านสุขภาพจิตก็ไม่ควรให้เรียนแพทย์ เพราะต้องเผชิญกับภาวะเครียด และต้องดูแลชีวิตของคนจะยิ่งอันตราย
“สำหรับโทษทางอาญานั้น หากขับรถชนคนโดยไม่เจตนาก็อาจจะไม่เป็นอะไร แต่หากผิดจริยธรรมในวิชาชีพมีจิตใจที่ตั้งใจจะทำผิดจริยธรรมนั้น ก็ไม่เหมาะที่จะมาเป็นแพทย์ เพราะขนาดเป็นนักเรียนแพทย์ยังมีพฤติกรรมขี้โกง หรือคิดไม่ดีโตขึ้นก็จะแก้ยาก ดังนั้นเราต้องทำการป้องปรามเอาไว้ก่อน หากปล่อยไปก็จะอันตราย เนื่องจากหากเป็นหมอแล้วอาจจะคิดวางแผนทำร้ายคนไข้ยิ่งอันตรายมาก สังคมก็คงไม่ยอมให้นักศึกษาที่มีพฤติกรรมลักษณะนี้มาเป็นแพทย์ และในส่วนของแพทยสภาเองก็เป็นห่วงเรื่องนี้มาก และถ้านักศึกษาแพทย์รายดังกล่าวมีการกระทำผิดจริง ทางสถานศึกษาก็ควรต้องป้องปรามและลงโทษนักศึกษาแพทย์รายนี้ด้วย และหากมีความผิดทางอาญาจริง จากสาเหตุการวางแผนฆ่าสุนัขเพื่อหวังทรัพย์ ก็ยิ่งไม่สามารถมาเป็นแพทย์ได้” กรรมการแพทยสภา กล่าว
ศ.นพ.สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า แพทยสภามีกฎเกณฑ์ข้อบังคับอยู่แล้วว่าการที่จะมาเป็นสมาชิกแพทยสภาได้ จะต้องไม่เคยถูกโทษอาญาที่ผิดทางด้านจริยธรรม และต้องไม่มีปัญหาทางสุขภาพจิต โดยในช่วง2-3 ปีที่ผ่านมาทางแพทยสภาก็ได้มีการออกระเบียบข้อบังคับว่าต้องทำการตรวจปัญหาทางสุขภาพจิตของแพทย์ทุกคน นอกจากนี้ในปัจจุบันหากจะมาเป็นแพทย์ทางคณะจะต้องมีการรับรองว่าแพทย์คนดังกล่าวมีพฤติกรรมที่ดี ถ้ามีพฤติกรรมไม่ดีก็ไม่ควรปล่อยให้มาเป็นแพทย์ และตนอยากให้ใช้กรณีนี้เป็นตัวอย่าง ว่าต่อไปนักศึกษาแพทย์ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี

