ตร.เรียกนศ.แพทย์สอบปากคำพรุ่งนี้ จ่อผิดฉ้อโกง พบปลอมเอกสาร ราคาซื้อขาย ‘ปอมเมอเรเนียน’

10.09.17 | 15:00 น.

เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีนักศึกษาแพทย์ มหาลัยชื่อดัง ซึ่งได้ว่าจ้างบริษัทขนส่งสัตว์เลี้ยง ให้นำสุนัขพันธุ์ ปอมเมอเรเนียนจัดส่งปลายทางที่ จังหวัดนครราชสีมา เเต่ปรากฎว่าเมื่อถึงปลายทางสุนัขตัวดังกล่าวได้ตาย นักศึกษาแพทย์จึงพยายามเรียกร้องเงินค่าประกันกับบริษัทขนส่ง เเต่บริษัทขนส่งได้นำสุนัขไปผ่าพิสูจน์พบว่ามียาจำนวนมากตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหารของสุนัข ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่าสุนัขอาจถูกวางยาจนตาย

พ.ต.อ.เติมเผ่า กล่าวด้วยว่า โดยเวลา 15.00 น. วันนี้ เจ้าของฟาร์มสุนัขที่ขายสุนัขตัวดังกล่าวให้กับนักศึกษาเเพทย์ จะเดินทางมาที่ สน.สุทธิสาร เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับราคาของสุนัข ในประเด็นที่นักศึกษาเเพทย์ไปอ้างกับบริษัทขนส่งสัตว์เลี้ยงว่าซื้อสุนัขมาในราคา 40,000 บาท เพื่อตรวจสอบว่าเป็นสุนัขตัวเดียวกันเเละซื้อมาในราคาหลักหมื่นจริงหรือไม่ ส่วนกรณีที่กลุ่มตัวแทน Watchdog Thailand หรือ WDT ให้ดำเนินคดีกับนักศึกษาแพทย์คนดังกล่าวในฐานความผิดทารุณกรรมสัตว์นั้น ขณะนี้ตำรวจยังไม่พบความผิดที่ชัดเจน เนื่องจากพบแค่ว่าผู้ที่ทำการขนส่งเพียงเห็นว่ามียาติดอยู่ที่ปากสุนัขเพียงเท่านั้น ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่ามีการทารุณกรรมสัตว์ ขณะนี้ตำรวจก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบกับทางโรงแรมซอยลาดพร้าว 18 ว่ามีพนักงานคนไหนเห็นการกระทำดังกล่าวหรือไม่

ต่อมาเวลา 14.00 น. นางณัฐนันท์ หรือหญิง จีระวิวิธพร อายุ 39 ปี เจ้าของบริษัทขนส่งเอช.เอส.เค.เอ็กซ์เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล แอนด์ เซอร์วิส จำกัด กล่าวว่า โดยก่อนเกิดเหตุมีลูกค้าทราบชื่อต่อมาคือนายภัทรพงศ์… นักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 6 ได้ติดต่อเข้ามาที่ร้านเพื่อใช้บริการนำสุนัขพันธุ์ปอม เพศผู้ สีน้ำตาล อายุ 7 เดือน ไปส่งที่โรงพยาบาลสัตว์หมอต้น เลขที่ 1143/47 ถนนสุรนารายณ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยให้ข้อมูลว่า จะนำไปฝากไว้ภายในสถานที่ดังกล่าวเป็นระยะเวลา 2 วัน เพื่อเซอร์ไพรส์แฟนสาวเนื่องจากอยากได้และชื่นชอบสุนัขพันธุ์นี้เป็นอย่างมาก โดยทางบริษัทได้แจ้งค่าบริการขนส่ง 6,500 บาท และลูกค้าขอทำประกันชีวิตเพิ่ม 4,000 บาท เนื่องจากซื้อมาในราคา 4 หมื่นบาท หากเกิดเสียชีวิตในระหว่างการเดินทางบริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบตามจำนวนเงินทั้งหมด จนกระทั่งเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีการนัดแนะให้ทางบริษัทไปรับลูกค้าและสุนัขที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยลาดพร้าว 18 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. ก่อนเดินทางไปพร้อมกันทั้งหมดภายในรถของบริษัท ซึ่งระหว่างการเดินทางน้องหมามีอาการอ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลา ตนจึงนำกลูโคสผสมน้ำดื่มให้รับประทานเป็นระยะๆ เมื่อถึงที่หมายตนจึงเดินทางกลับทันทีเนื่องจากมีลูกค้ารออีกเป็นจำนวนมาก

นางณัฐนันท์กล่าวต่อว่า เมื่อเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งขณะที่ตนใกล้ถึง กทม. นายภัทรพงศ์ ได้โทรศัพท์ติดต่อเข้ามาพร้อมทั้งบอกว่าสุนัขตายแล้วด้วยความเป็นกังวลใจ ตนจึงวนรถกลับไปที่โรงพยาบาลสัตว์หมอต้นอีกครั้ง เมื่อไปถึงลูกค้าจะให้ทางบริษัทเป็นผู้ชดใช้จำนวนเงิน 4 หมื่นบาท แต่ตนไม่ยินยอมเนื่องจากข้อตกลงในเงื่อนไขวงเงินประกันหากสุนัขเสียชีวิตระหว่างขนส่งทางบริษัทจะเป็นผู้ชดใช้ให้ทั้งหมด จากนั้นลูกค้าจึงไปบอกกับทางโรงพยาบาลให้ช่วยชดใช้กับทางบริษัทฝ่ายละ 2 หมื่นบาท ซึ่งทางหมอต้นก็ไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้สุนัขเสียชีวิตจึงเยียวยาช่วยเหลือเป็นเงินสด 2 พันบาท และนำสุนัขไปเผาที่วัดให้เนื่องจากเป็นคนรักสัตว์มากเช่นกัน ก่อนตนจะเดินทางกลับ กทม.ตามปกติ

นางณัฐนันท์กล่าวอีกว่า เมื่อมาถึงบริษัทได้รับข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายภัทรพงศ์ ได้ติดต่อมายังบริษัทฟีนิกซ์ เอ็กซ์เพลส จำกัด ตั้งอยู่ย่านจรัญสนิทวงศ์ 13 ซึ่งเป็นของน้องชายตนเพื่อให้ส่งกระต่าย จำนวน 10 ตัว พร้อมทั้งขอทำประกันหากเกิดการเสียชีวิตระหว่างขนส่งหากตัวใดตายทางบริษัทจะต้องชดใช้ในราคาตัวละ 5,000 บาท ซึ่งครั้งนั้นทางน้องชายได้ปฏิเสธไปทันที ก่อนจะเกิดเรื่องกับตนและมาทราบข่าวการเสียชีวิตของน้องหมาอีกตัวซึ่งแพทย์โรงพยาบาลสัตว์เซ็นเตอร์เพ็ท จ.นครราชสีมา เป็นผู้ผ่าพิสูจน์จนพบความผิดปกติเจอยาลดความดันของมนุษย์ในกระเพาะอาหาร ทั้งนี้เมื่อวานที่ผ่านมาตนพร้อมด้วยตัวแทนของกลุ่มวอตช์ด๊อก ไทยแลนด์ ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยตนแจ้งความในข้อหาพยายามฉ้อโกง ส่วนทางวอตช์ด๊อก ไทยแลนด์ เป็นตัวแทนของรัฐซึ่งแจ้งในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ เนื่องจากเป็นอาญาแผ่นดินโดยมีรัฐเป็นผู้เสียหายโดยตรง

Advertisement

ต่อมา พ.ต.ท.สืบพงศ์ กรุณา รอง ผกก.(สอบสวน) สน.สุทธิสาร เปิดเผยว่า ภายหลังจากตัวแทนกลุ่มวอตช์ด๊อก ไทยแลนด์ และบริษัทขนส่ง เอช.เอส.เค.เอ็กซ์เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล แอนด์ เซอร์วิส จำกัด เดินทางเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับนักศึกษาแพทย์มหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเจตนาว่าจ้างให้ขนส่งสุนัขเพื่อเอาเงินประกันภัย จากการตรวจสอบหลักฐานที่เป็นเอกสารการปลอมแปลงราคาซื้อสุนัขและหลักฐานการพูดคุยผ่านช่องทางแอพพลิเคชั่นไลน์พบว่าเข้าข่ายการกระทำผิดในข้อหาพยายามฉ้อโกงอย่างชัดเจน ซึ่งทางพนักงานสอบสวนสามารถทำการออกหมายจับได้ในทันที ส่วนจะเข้าข่ายทารุณกรรมสัตว์หรือไม่นั้นยังไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้อย่างแน่ชัด เนื่องจากยังขาดหลักฐานสำคัญคือตัวยาที่ใช้ฆ่าสุนัขตัวแรก นอกจากนี้จากข้อมูลของคนขับรถของบริษัทขนส่งสัตว์อีกแห่งที่ปรากฏเรื่องราวในโลกโซเชียลทราบเพียงว่าเห็นเจ้าของป้อนเม็ดยาให้กับสุนัข และพบเม็ดยาติดอยู่ที่ปลอกคอของสุนัข ทั้งนี้ ต้องรอให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาให้ปากคำกับทางพนักงานสอบสวนถึงจะทราบว่าเป็นการจงใจทารุณกรรมสัตว์หรือไม่ โดยในวันพรุ่งนี้ (11ก.ย.) ทางพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร จะทำการออกหมายเรียกให้นักศึกษาแพทย์รายดังกล่าวมาเข้าพบเพื่อทำการสอบปากคำเพิ่มเติม ซึ่งหากออกหมายเรียกถึง 2 ครั้ง ยังไม่เข้าพบกับทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการออกหมายจับตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป