เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 12 กันยายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป) พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผกก. 4บก.ป. พ.ต.ต.ฐิติวัสส์ แซมเขียว สว.กก.4 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.4 บก.ป. จับกุม นายบุญทา หรือ บุญฤทธิ์ จันทาพูน อายุ 58 ปี กำนัน ต.บ้านด้าย ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และซ่อนเร้น ย้ายศพ เพื่อปิดบังการตาย และหลบหนีระหว่างการพิจารณาคดีของศาล โดยจับกุมได้ที่บ้านพักใน ต.บ้านด้าย
พ.ต.อ.จรูญเกียรติ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2539 นายบุญทา ผู้ต้องหา พร้อม นายศักดิ์สมุทร ยังมั่ง นายมังกร สุทธดุก และนายชาตรี เครื่องสนุก ร่วมกันฆ่านายประยุทธ งานดี และนางราตรี ด้วนเครือ สองแรงงานชาวไทย ที่ทำงานอยู่ในประเทศญี่ปุ่น โดยการจับศีรษะกระแทกกับขอบท่อระบายน้ำและใช้เชือกผูกรองเท้ามัดคอเสียชีวิต เหตุเกิดใน จ.อิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น ต่อมาหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นจับกุม นายศักดิ์สมุทร นายมังกร และนายชาตรี ได้ รับสารภาพว่า จ้างวานให้นายบุญทา ผู้ต้องหารายนี้ ลงมือก่อเหตุ เนื่องจากไม่พอใจและเชื่อว่าผู้เสียชีวิตทั้ง2คนขโมยเงินจำนวน 1.5 ล้านเยนจากตู้เซฟเป็นเงินที่ได้มาจากการลักทรัพย์ตู้ยอดเหรียญสาธารณะในขณะที่ทำงานอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ไป
ส่วนนายบุญทา หลังจากก่อเหตุหลบหนีออกนอกประเทศกลับเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงราย ตามกระบวนการกฎหมายอาญา มาตรา 8 ว่าด้วยการทำผิดนอกราชอาณาจักรและคนไทยเกี่ยวข้องด้วย สามารถดำเนินคดีภายในราชอาณาจักรไทยได้ เจ้าหน้าที่ กก.4บก.ป. จึงติดตามจับกุมนายบุญทาเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา พร้อมส่งตัวให้ศาลอาญาดำเนินการตามกฎหมาย ก่อนที่ต่อมานายบุญทา จะเงินสด7แสนบาทประกันตัว แต่ระหว่างที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว นายบุญทากลับไม่ยอมมารายงานตัวต่อศาล มีพฤติการณ์เข้าข่ายหลบหนีคดี ทางศาลฯรวมถึงสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย จึงประสานมายังตำรวจบก.ป.เพื่อให้ช่วยติดตามจับกุมผู้ต้องหาอีกครั้ง ทางบก.ป.ให้ความสำคัญกับคดีดังกล่าว จึงนำกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแส กระทั่งทราบว่านายบุญทา หลบหนีไปพักอาศัยอยู่กับผู้มีอิทธิพลและนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งในพื้นที่ จ.เชียงราย และเป็นพื้นที่เดิมที่เคยถูกจับกุมตัวได้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากย่ามใจไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่จะย้อนรอยกลับมาที่เดิมอีกครั้ง กระทั่งสามารถติดตามจับกุมได้ดังกล่าว
สอบสวน นายบุญทา ให้การปฏิเสธและขอให้การในชั้นศาล ส่วนกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าหลบหนีคดีหลังจากได้ประกันตัวนั้น ยืนยันว่าไม่ได้หลบหนีไปไหน ยังคงพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักหลังเดิมประกอบอาชีพทำนา ขายน้ำพริก และเป็นกำนันอยู่ใน ต.บ้านด้าย ส่วนที่เจ้าหน้าที่ตามหาตัวไม่พบนั้น คงไม่คิดว่าตนจะกลับมาพักอาศัยอยู่ที่เดิม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ก่อนส่งตัวให้ศาลอาญารับไปดำเนินการตามกฎหมาย

