พ่อ-แม่ร้องกองปราบฯให้เปิดโน้ตบุ๊ก จะรู้ลูกสาว เมีย’ซีมอน’มือฆ่าโหดโบกปูนหายไปไหน

15.09.17 | 11:04 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 กันยายน 2560 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายอนันต์ แสงอุไร และ น.ส.นภา ทิมเย็น พ่อ-แม่ของ น.ส.นันทิยา แสงอุไร และนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.สมนึก สันติภาตะนันท์ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.2 บก.ป. กรณี น.ส.นันทิยาหายตัวไปและขาดการติดต่อตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 โดยเคยอยู่กินกับนายซีมอน เบตัน ชาวอิสราเอล ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีฆ่านายตำรวจอิสราเอลและอำพรางศพโดยการนำศพไปโบกปูนเมื่อปี 2559

นายอนันต์กล่าวว่า มาร้องทุกข์ตำรวจกองปราบฯ เพื่อให้ติดตามตัว น.ส.นันทิยา หลังจากที่หายตัวไปเมื่อปี 2558 ซึ่งขณะนั้นได้อาศัยอยู่กับนายซีมอนเป็นคนสุดท้ายก่อนหน้าที่จะหายตัวไป นายเบน ลูกชายของ น.ส.นันทิยาและนายซีมอนได้เข้ามาหาตนที่บ้านเพื่อมาเอาเตาแก๊ส โดยบอกว่าจะไปขายไก่ย่านบางบัวทอง ทราบเพียงว่า น.ส.นันทิยาโดนนายซีมอนจับโกนหัวให้ไปเข้าลัทธิเดียวกันกับนายซีมอน ต้องใส่วิกอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ น.ส.นันทิยาคบหากับนายซีมอน ตนยังไม่เคยเข้าไปในบ้านที่นายซีมอนพักอาศัยอยู่เลย

นายอนันต์กล่าวต่อว่า นายเบนบอกว่า หากอยากรู้ว่า น.ส.นันทิยาไปไหนให้ไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งอยู่ในโน้ตบุ๊กที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทองได้อายัดไว้ และนายเบนได้ให้รหัสไปแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าโน้ตบุ๊กยังแกะรหัสไม่ได้เพราะเป็นภาษาอิสราเอล ต้องประสานทางเจ้าหน้าที่อิสราเอล อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าขณะนี้ น.ส.นันทิยาน่าจะเสียชีวิตแล้ว อีกทั้งยังเชื่อว่าเป็นฝีมือของนายซีมอน เนื่องจากตนเคยสอบถามไปหลายครั้ง ครั้งแรกนายซีมอนอ้างว่า น.ส.นันทิยาโดนจับอยู่ที่ประเทศลาว ครั้งต่อมาอ้างว่า น.ส.นันทิยาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง

ด้านนายรณณรงค์กล่าวว่า อยากให้ตำรวจเอาโน้ตบุ๊กที่บันทึกภาพมาตรวจสอบ เพราะลูกชายบอกว่าก่อนหายตัวไป น.ส.นันทิยากับนายซีมอนทะเลาะกันรุนแรงมาก แต่ทางตำรวจไม่เคยนำภาพออกมาเลยทั้งที่นายเบนเคยให้รหัสไว้แล้ว

พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. กล่าวว่า สำหรับคดีดังกล่าวนั้น ก่อนหน้านี้ทางครอบครัวของ น.ส.นันทิยา เคยร้องขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบช่วยติดตามหาตัว น.ส.นันทิยา มาแล้วเมื่อช่วงปลายปี 59 ที่ผ่านมา แต่ยังไม่พบเบาะแสสำคัญที่จะนำไปสู่การติดตามตัวพบได้มากนัก เนื่องจากช่วงเวลาที่หายตัวไปนั้นผ่านล่วงเลยมาเป็นเวลานาน จึงทำให้การสืบหาพยานหลักฐานต่างๆอาทิ ข้อมูลการติดต่อ เส้นทางการเงิน ทำได้ยาก มีเพียงข้อมูลเล็กน้อยที่ได้รับจากทางญาติและคนใกล้ชิดของ น.ส.นันทิยา ที่นำมามอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ใช้พิจารณาเป็นแนวทาง ขณะที่ในส่วนของข้อมูลความเคลื่อนไหวทางเฟซบุ๊กของ น.ส.นันทิยา พบว่ามีการโพสต์ข้อความสุดท้ายไว้เมื่อประมาณ เดือนพฤษภาคม 2558 แต่เป็นช่วงที่ น.ส.นันทิยา แยกกันอยู่กับ นายซีม่อนแล้ว

Advertisement

พ.ต.อ.อรุณ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ได้เรียกสอบปากคำคนใกล้ชิดทั้งในส่วนของ น.ส.นันทิยา และนายซีม่อน รวมถึงสั่งการให้จัดชุดสืบสวนลงพื้นที่สืบหาเบาะแส ตามสถานที่ต้องสงสัยต่างๆ อาทิ บ้านพักในย่านบางกรวย เป็นบ้านพักที่น.ส.นันทิยา เคยพักอาศัยอยู่ร่วมกับนายซีม่อน ก่อนจะขาดหายการติดต่อไป โดยการนำเครื่องมือและอุปกรณ์ตรวจสารทางธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาใช้ในการตรวจสแกนภายในบ้านพัก แต่ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ รวมถึงยังมีการตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดการเดินทางเข้าออกประเทศของ น.ส.นันทิยา อย่างละเอียดแต่ยังไม่พบข้อมูล และมีการทำหนังสือประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อประสานขอข้อมูลประวัติของ น.ส.นันทิยา ว่าเคยถูกเจ้าหน้าที่ทางการลาว จับกุมตัวในคดียาเสพติดจริงตามที่ทางด้าน นายซีม่อน กล่าวอ้างหรือไม่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรอเอกสารตอบรับจากทางสถานทูตลาว ประกอบกับขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า น.ส.นันทิยา ยังคงมีชีวิตอยู่หรือไม่ แต่ก่อนหน้านี้ได้ตรวจสอบข้อมูลศพไร้ญาติกับทางสถาบันนิติเวชและมูลนิธิต่างๆด้วยเช่นกัน แต่ยังไม่พบข้อมูล ทางเจ้าหน้าที่พยายามสืบหาเบาะแสอย่างเต็มที่และต่อเนื่องเรื่อยมา

พ.ต.อ.อรุณ กล่าวอีกว่า สำหรับประวัติของนายซีม่อน เคยเป็นอดีตสายลับของอิสราเอล และมีประวัติก่อคดีมาอย่างโชกโชน อาทิ ปี 2541 เคยถูกจับในคดีใช้พาสปอร์ตปลอมเดินทางเข้าประเทศไทย และปี 2543 ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าเพื่อนร่วมชาติแล้วนำศพไปโยนทิ้งลงแม่น้ำ และปี 2547 ถูกจับกุมในคดีฆ่าเพื่อนร่วมชาติอิสราเอลอีกราย ก่อนถูกจำคุกและถูกผลักดันส่งกลับประเทศบ้านเกิด ก่อนจะใช้พาสปอร์ตปลอมเดินทางเข้ามาในประเทศไทยอีกครั้งกระทั่งมาก่อเหตุฆ่านายเฮลิยาฮู โคเฮน อายุ 63 ปี อดีตนายตำรวจอิสราเอล แล้วนำศพยัดกระเป๋าก่ออิฐโบกปูนอยู่ใต้บันไดภายในทาวน์เฮาส์ เลขที่ 88/167 หมู่บ้านภัทรวรรณ ถนนชัยพฤกษ์ หมู่ 2 ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อช่วงปลายปี 2559 ที่ผ่านมารวมถึงตกเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ของ น.ส.นันทิยา อดีตภรรยาชาวไทยดังกล่าว