เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 กันยายน ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. ร่วมกันแถลงจับกุมยาเสพติด 3 คดี ผู้ต้องหารวมกัน 10 คน ยาบ้ารวม 6,592,000 เม็ด ยาไอซ์ 10 กิโลกรัม มูลค่ารวม1,342,570 ล้านบาท
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า กลุ่มค้ายาเสพติดอาศัยจังหวะที่ประเทศไทยมีพายุเข้า ทำให้ไม่มีการตั้งด่านตรวจ ลักลอบขนยาเสพติดเข้ามา โดยพักที่โกดังภายในบรรจุสินค้าทางการเกษตร ถือเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมการขนยาครั้งใหญ่ สำหรับการแถลงข่าววันนี้ถือว่ายึดยาเสพติดสูงที่สุดตั้งแต่มีการแถลงข่าวมา คดีแรกตำรวจบก.ปส.3 จับกุม นายหยิ แซ่ว่าง อายุ 32 ปี นายเตชสิทธิ์ หรือ ศร พัฒนบูรเวธน์ อายุ 36 ปี นายสมประดิษ สวัสเอื้อ อายุ 37 ปี นายสมบูรณ์ แซ่เล่า อายุ 22 ปีและ นายสาคร แซ่หยาง อายุ 28 ปี ของกลางยาบ้า 6,392000 เม็ด โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาแกะรอย 1เดือน พบว่าคนร้ายใช้วิธีการขนยาบ้าผ่านทางรถบรรทุกข้าวโพด สำรวจเส้นทาง ทำเอกสารถูกต้อง ใช้คนขับเป็นคนภาคกลางแทนชาวเขาและคนภาคเหนือตบตาเจ้าหน้าที่ รับยาจากกลุ่มม้ง ในจ.เชียงรายและกลุ่มม้งพื้นที่ตะเข็บชายแดนไทย-พม่า โดยขนมาจากจ.เชียงราย เมื่อมาถึงจ.พระนครศรีอยุธยา สับเปลี่ยนรถ เจ้าหน้าที่จับกุมทันที แจ้งข้อหาร่วมกันกับพวกมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
รองผบ.ตร.กล่าวต่อว่า คดีที่ 2 ตำรวจ ปส.4 จับกุม นายเจริญชัย หรือ จาง วงศ์พิรุณทอง อายุ 36 ปี นายชาติชาย หรือ ชอ วงศ์พิรุณทอง อายุ 55 ปี นายทวีศักดิ์ หรือ ไท วงศ์พิรุณทอง อายุ 29 ปีและ นายสว่างหรือ หวาง แซ่ย่าง อายุ 41 ปี พร้อมยาไอซ์ 10 กิโลกรัม ยาบ้า 200,000 เม็ด ขนจากจ.เชียงใหม่ มุ่งหน้าอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ระหว่างทางถึงจุดตรวจบริเวณริมถนนเพชรเกษม กรุงเทพฯ-ชุมพร เจ้าหน้าที่จึงเรียกหยุดรถขอตรวจค้นพบของกลางจึงจับกุมพร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
และคดีสุดท้ายเจ้าหน้าที่จับกุมนายชาลส์ ดูบุยซี อูเมมมา อายุ 34 ปีสัญชาติไนจีเรีย ที่บ้านร้างไม่มีเลขที่ คอนเลจทาวน์ ซอย 8 รามคำแหง 24 แยก 34 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. ซึ่งขยายผลจาการตรวจยึดพัสดุทางการเกษตรภายในมียาไอซ์ 120 กรัมนำส่งจากประเทศไทยไปเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 8 ต.ค.59 สืบพบว่านายชาลส์เป็นผู้ส่ง พร้อมแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต พยายามส่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกลายเป็นจุดพักยาและส่งออกไปยังประเทศอื่น เช่น อินโดนีเซีย และประเทศอื่น ๆ มากขึ้น โดยปริมาณยาที่ส่งออกมีจำนวนถึง 5,000 ล้านเม็ด ทำให้ยาเสพติดในประเทศขาดตลาด เกิดอาชญากรจากผู้เสพยามากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ยาบ้าจะมี 2 สี คือสีดำ และสีแดง ซึ่งสีนั้น เกิดจากปริมาณตัวยาที่ไม่เท่ากันส่งผลต่อความเข้มของสี ทำให้ราคาจะแตกต่างกัน โดยมีรูปแบทแมน หรือสัญลักษณ์ 999 ตราสโมสรฟุตบอลดัง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนขยายผลต่อไป เพราะโจรก็ต้องทำทุกวิธีทาง เจ้าหน้าที่ก็มีความลำบากในการเข้าจับมากยิ่งขึ้น เกิดการต่อสู้ขัดขืน ซึ่งก็จะต้องดำเนินการต่อไป
สำหรับสถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบันนั้น เจ้าหน้าที่ทำการยึดยาเสพติดตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.59 –15 ก.ย.60 แบ่งเป็นยาบ้า 100,208829 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 4,324.89 กิโลกรัม เฮโรอีน 195.403 กิโลกรัม โคเคน 32.19 กิโลกรัม และกัญชาแห้ง 2,826.53 กิโลกรัม ยึดทรัพย์ที่ทางป.ป.ส.มีคำสั่งแล้วทั้งหมด 319.18 ล้านบาท และยังมีทรัพย์สินที่ทางบช.ปส.ยึดไว้ตรวจสอบอีก 7,585147328 บาท เป็นคดีทั้งหมด 408 คดี เทียบกับปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 456 คดีและปี58 อยู่ที่ 388 คดี โดยปริมาณยาเสพติดในปี 60 นี้ถือว่ามากที่สุด

