จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. จับกุม นายวีระชัย กาละภักดี อายุ 41 ปี ติวเตอร์สถาบันอักษรราม ย่านหัวหมาก หรือ ติวเตอร์แทน ผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกง หลังมีพฤติการณ์หลอกลวงเรียกรับเงินจากผู้เสียหายโดยอ้างว่าตนเองสามารถฝากเข้าทำงานรับราชการตำรวจ ทหารและพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิต หรือ กฟผ. ได้ ผู้ที่สนใจจะต้องจ่ายเงินเป็นค่าวิ่งเต้นดำเนินการรายละ 500,000บาท ที่ผ่านมามีผู้เสียหายหลงเชื่อยอมจ่ายเงินให้กับนายวีระชัย หลายราย มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท อย่างไรก็ตามจากการสอบปากคำผู้ต้องหาของทางพนักงานสอบสวน สภ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ เชื่อว่าน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการรายอื่นเกี่ยวข้องอีกหลายราย เบื้องต้นพบเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของรัฐหลายรายเข้าไปมีส่วนพัวพันและเข้าข่ายต้องสงสัยรู้เห็นในการกระทำความผิดด้วย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบก.ป.จึงได้เตรียมประสานข้อมูลกับทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เพื่อใช้กฎหมายฟอกเงินเอาผิดกับผู้ต้องหาเพิ่มเติม
ล่าสุดเมื่อวันที่19กันยายน ที่บก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. กล่าวว่า ขณะนี้สั่งการไปยัง พ.ต.ท.มนูญ แก้วก่ำ สว.กก.1 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดฏิบัติการ กก.1 บก.ป. เร่งตรวจสอบสถาบันอักษรราม ย่านหัวหมาก พร้อมทั้งรวบรวมข้อมูลการกระทำความผิดจากผู้เสียหายที่ถูกนายวีระชัย หลอกลวงจนสูญเสียเงินทองจำนวนมาก เพื่อหาแนวทางกฎหมายในการให้การช่วยเหลือด้านคดีความกับผู้เสียหาย รวมถึงรวบรวมข้อมูลส่งต่อให้กับทาง ปปง. ดำเนินคดีตามกฎหมายฟอกเงินเพื่อยึดทรัพย์ผู้ต้องหารายนี้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางบก.ป.สามารถรวบรวมรายชื่อผู้เสียหายได้เพิ่มเติมนับรวมกว่า 10 ราย ล่าสุดยังมีผู้เสียหายจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เข้าแจ้งความเพิ่มเติมอีก 1 ราย ถูกหลอกฝากเข้าทำงานในการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สูญเงินกว่า 5 แสนบาท
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วเวลา 10.00 น. วันนี้ นายรักชาติ วงษ์ดี อายุ 58 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ตำแหน่งนายช่างอบต.โนนแหลมทอง จ.กาฬสินธุ์ เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ประดิษฐ์ อัศวภูมิ รอง สว.สอบสวน สภ.คำม่วง ตามหมายเรียกที่ทางพนักงานสอบสวน สภ.คำม่วง ติดต่อไปก่อนหน้านี้เพื่อให้ปากคำชี้แจงกรณีที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย จากการสอบปากคำนายรักชาติ อ้างว่าไม่รู้จักกับนายวีระชัย เป็นการส่วนตัว หรือรู้เห็นในการหลอกลวงเอาเงินจากผู้เสียหายแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าเป็นผู้แนะนำให้ผู้เสียหายที่ต้องการจะเข้าทำงานในกฟภ.ไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่หญิง ใน อบจ.หนองบัวลำภู ก่อนจะพาผู้เสียหายไปพบกับทางนายวีระชัย และมีการหลอกลวงเอาเงินขึ้น อย่างไรก็ตามภายหลังการสอบปากคำร่วม 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ไม่ได้ควบคุมตัวนายรักชาติ หรือแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด เนื่องจากยังไม่พบหลักฐานที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดร่วมกับนายวีระชัย ขณะที่ ในส่วนของเจ้าหน้าที่หญิงในอบจ.หนองบัวลำภู ผู้ต้องสงสัยอีก 1 ราย เบื้องต้นนัดหมายจะเดินทางเข้าพบ พนักงานสอบสวน สภ.คำม่วง ภายในวันที่20กันยายน

