กรณีกลุ่มหญิงสาวผู้เสียหาย ที่ปรากฏในคลิปภาพเหตุการณ์เผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ เกี่ยวกับการลงโทษกลุ่มโคโยตี้เวียนกันตบหน้าผู้หญิงและทอม ต่อมากลุ่มสาวโคโยตี้ 4 คน อายุ 17 ปีเท่ากัน เข้าแจ้งความตำรวจ บก.ปคม. ให้ดำเนินคดีกับนายเกิดใหม่ หรือป๋าเกิด รวยจริงนะ หรือชื่อเดิมนายคีตกานต์ เกิดไพบูลย์ อายุ 44 ปี เจ้าของนินิวส์ โมเดลลิ่ง และผู้เกี่ยวข้อง ข้อหาบังคับให้ค้าประเวณี และปลอมบัตรประชาชน ตำรวจออกหมายจับนายเกิดใหม่ น.ส.มลฤดี อินอ่อน อายุ 48 ปี ภรรยาป๋าเกิด และนางพรรณวรท หรือนินิว ควบคุม อายุ 34 ปี คนคุมสาวโคโยตี้ ข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ ติดตามจับกุมนางพรรณวรทได้ขณะจะไปออกรายการทีวีแห่งหนึ่ง ย่านอรุณอมรินทร์ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธอ้างแค่พาเต้นโชว์วาบหวิวผ่านโซเชียล และเต้นโชว์วาบหวิวผ่านโซเชียล และเต้นโชว์ตามสถานบันเทิงให้นักท่องเที่ยวต่างชาติดู ส่วนป๋าเกิดกับภรรยาได้เข้ามอบตัวตำรวจปคม.รับทราบข้อกล่าวหา ร่วมกัน ค้ามนุษย์ นั้น
พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รองผบก.ปคม. พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคม. พนักงานตรวจแรงงาน กรมสวัสดิภาพและคุ้มครองแรงงาน สังกัดกระทรวงแรงงาน ร่วมกันสอบปากคำผู้เสียหายในคดีนี้ซึ่งมีเพิ่มอีก 3 ราย ประกอบด้วยน.ส.มายด์ อายุ 18 ปี น.ส.เก๋ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี และ น.ส.ป๊อบ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ซึ่งทั้งหมดทำงานขณะอายุ 17 และ 16 ปี
เบื้องต้นจากการสอบถามผู้เสียหายพบว่ามีการว่าจ้างแรงงาน โดยยขณะนั้นผู้เสียหายที่ทำงานรับจ้างเป็นโคโยตี้มีอายุเพียง 16-17 ปี ซึ่งไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนดให้เข้าไปทำงานในสถานบริการได้
ส่วนกรณีค่าแรงที่ผู้เสียหายได้รับและโดนหักรายได้ ส่วนแบ่งให้กับพีอาร์นั้น ทางพนักงานตรวจแรงงานจะต้องลงไปดูในรายละเอียดอีกครั้ง ซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ว่าเข้าข่ายกระทำผิดตามกฎหมายแรงงานหรือไม่
ด้านพ.ต.อ.มานะ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนจะนำตัวนายเกิดใหม่ และน.ส.มลฤดีไปส่งฝากขังศาลอาญาผัดแรก นอกจากนี้จากการสอบปากคำผู้เสียหายทราบว่า เด็กสาวจะได้ค่าจ้างในการเต้นตามสถานบันเทิงต่างๆ ต่อคืน ครั้งละประมาณ 700 – 1,000 บาทขึ้นอยู่กับหน้าตา โดย “ป๋าเกิด” จะได้ค่าส่งเด็กสาวให้สถานบันเทิงต่อคนคนละ 150 บาท โดยหนึ่งวันจะส่งเด็กประมาณ 10 คนทั้งนี้แต่ละวันจะส่งเด็กจำนวนมากน้อยไม่เท่ากัน นอกจากนี้ ยังมีค่าดริ้งค์ลูกค้าอีก ครั้งละ 60 บาท มีการแบ่งกันระหว่างเด็กสาวกับ “ป๋าเกิด” ตามข้อตกลงร่วมกัน
พ.ต.อ.มานะ เปิดเผยอีกว่า ส่วนการสวมปลอมบัตรประชาชนให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เพื่อให้มาทำงานนั้นจากการสอบสวนพบว่า เจ้าของโมเดลลิ่งจะเก็บบัตรประชาชนตัวจริงของเด็กอายุไม่เกิน 18 ปีเอาไว้ โดยให้เด็กใช้บัตรประชาชนบุคคลอื่นที่อายุเกิน 18 ปีและมีหน้าตาใกล้เคียงกับเด็กคนนั้นๆ แทน อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมเป็นเพียงสอบรายละเอียดปากคำผู้เสียหายเท่านั้น
น.ส.มายด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียหายรายใหม่ เปิดเผยว่า เป็นเด็กต่างจังหวัดจบม.3 ก็เข้ามาอยู่กรุงเทพฯโดยได้รับการติดต่อจากเพื่อนที่ทำงานอยู่กับป๋าเกิดมาก่อน ชักชวนให้มาสมัครทำงานพีอาร์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยป๋าเกิดจะให้ทอมบอยไปคอยดูแลอำนวยความสะดวก ตนทำงานที่บาร์ญี่ปุ่น สุขุมวิท 33 ตกลงค่าแรงวันละ 800 บาท จ่ายเงินทันทีหลังเสร็จงานบาร์เลิก ซึ่งตนจะได้รับเงินจริงแค่ 600 บาทเท่านั้น หน้าที่ของตนต้องเปลื้องผ้าอยู่เป็นเพื่อนแขก 3-4คน บางครั้งก็ถูกลวนลามอนาจารแลกทิป วันไหนเสร็จเลิกงานเร็วก็จะไปรอรถที่ซอยคาวบอยที่มีรถมารับโคโยตี้วันไหนขาดงานไม่มีเหตุผลก็จะถูดหักเงินเพิ่ม นอกเหนือจากค่าบ้านค่าน้ำค่าไฟ และค่าไวไฟอินเตอร์เน็ต เฉลี่ยเดือนละ 1,400-1,500 บาท
น.ส.มายด์ เปิดเผยต่อว่า วันที่ไปสมัครเป็นพีอาร์ ป๋าเกิดได้ให้ตนถอดเสื้อผ้าออกเพื่อเป็นการแคสติ้ง ก่อนจะบังคับให้ยอมมีเพศสัมพันธ์ด้วย โดยหว่านล้อมว่าจะซื้อโทรศัพท์มือถือให้ ตั้งแต่ทำงานมาโดนป๋าเกิดล่วงละเมิดทางเพศไป 4 ครั้ง

