พม.ปลดล็อคนักศึกษาป.โทอยู่หอพักได้ แต่อายุไม่เกิน 25 ปี

21.09.17 | 17:32 น.

เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการส่งเสริมกิจการหอพัก ครั้งที่ 2/2560 ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการแก้ปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.บ.หอพัก พ.ศ.2558 ตามที่สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจหอพัก ขอให้ปรับแก้มาตรา 36 ที่กำหนดให้ผู้พักต้องมีระดับการศึกษาไม่สูงปริญญาตรี และอายุไม่เกิน 25 ปี เพราะทำให้ผู้ศึกษาปริญาโทหรือสูงกว่า แต่มีอายุไม่เกิน 25 ปี หรือบุคคลวัยทำงานที่ประสงค์อยากอยู่ต่อต้องออกไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ และเป็นเหตุให้ผู้ประกอบการไม่มาขึ้นทะเบียนตามกฎหมายนั้น ที่ประชุมได้พิจารณาอย่างรอบคอบให้ถึงตัวกฎหมายที่มุ่งเน้นการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและเยาวชน จึงไม่ประสงค์ให้บุคคลทำงานเข้ามาอยู่อาศัยในหอพัก แต่เห็นด้วยที่จะเปิดให้นักศึกษาระดับปริญญาโทหรือสูงกว่า แต่อายุไม่เกิน 25 ปี สามารถอยู่ต่อไปได้ เบื้องต้นได้มอบให้ฝ่ายเลขานุการไปศึกษาว่าผู้ที่กำลังศึกษาดังกล่าวอาศัยในหอพักจำนวนเท่าใด และได้รับผลกระทบอย่างไร กับกฎหมายฉบับนี้ เพื่อใช้เป็นเหตุผลในการปรับปรุงกฎหมายกฎหมาย

รมว.พม.กล่าวอีกว่า ส่วนข้อเรียกร้องให้แก้ไขมาตรา 48 วรรคสี่ โดยขอไม่ให้กำหนดเพศของผู้จัดการหอพักตามประเภทหอพัก เพราะผู้ประกอบการบางส่วนเป็นทายาทสืบทอดกิจการนั้น ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นว่าเนื่องจากกฎหมายกำหนดให้หอพักหญิง ผู้จัดการหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนของหอพักหญิงต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้น เพราะเคยมีกรณีที่หอพักหญิงที่มีผู้จัดการเป็นผู้ชายกระทำการข่มขืนนักศึกษาหญิงในหอพักมาแล้ว นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบการจัดทำฐานข้อมูลหอพัก ณ วันที่ 19 กันยายน พบทั่วประเทศมีหอพักทั้งสิ้น 15,588 แห่ง แบ่งเป็นหอพักที่จดทะเบียน 12,322 แห่ง และหอพักไม่จดทะเบียน 3,258 แห่ง รวมถึงรับทราบผลสำรวจของนิด้าโพลที่สำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อ พ.ร.บ.หอพัก พ.ศ.2558 พบสาระสำคัญว่า ประชาชนร้อยละ 75 ไม่ทราบว่ามีกฎหมายนี้ และพบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 39 อยากให้มีการติดตามตรวจสอบหอพักให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดและมีประสิทธิภาพ ขณะที่เหตุผลในการเลือกหอพัก ร้อยละ 26 คือมีระบบรักษาความปลอดภัยได้มาตรฐาน, ร้อยละ 16 มีความสะดวกในการเดินทาง และร้อยละ 14 ราคาที่พอรับได้ ซึ่งที่ประชุมก็จะน้อมรับและเน้นย้ำถึงแผนการดำเนินงานหอพักจากนี้ ที่จะต้องประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการหอพักรู้กฎหมาย รู้สิทธิประโยชน์หากขึ้นทะเบียนถูกกฎหมาย การจัดทำคู่มือแนวปฏิบัติของพนักงานเจ้าหน้าที่ จัดทำตัวชี้วัดและประเมินผล รวมถึงการจัดทำฐานข้อมูล

“มติที่ออกมาอย่างนี้ทางผู้ประกอบก็เข้าใจ เพราะรับทราบถึงผลกระทบที่จะตามมา หากปฏิบัติตามข้อเสนออาจมีผลร้ายมากกว่าผลดี” พล.ต.อ.อดุลย์กล่าว