เมื่อวันที่ 23 ก.ย. น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวถึง กรณี 13 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ถูกพิพากษาถึงที่สุด ให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เป็นเงิน 522,160,947.31 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2551 ในคดีร่วมกันปิดสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ ว่า ในคดีดังกล่าวจำเลยหรือลูกหนี้ สามารถมายื่นคำร้องกับกรมบังคับคดี ให้ช่วยประสานในเรื่องการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นบังคับคดีได้ ก่อนที่จะมีการบังคับคดีตามคำพิพากษา โดยจำเลยสามารถมายื่นได้ทันทีหลังจากศาลมีคำพิพากษา ซึ่งลักษณะดังกล่าวเป็นขั้นตอนการดำเนินการตามปกติ ที่กรมบังคับคดีให้บริการประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นตัวกลางในการประสานการไกล่เกลี่ย ระหว่างโจทก์และจำเลย หลังจากได้รับคำร้องกรมบังคับคดีจะออกหนังสือแจ้งไปยังโจทก์ซี่งในคดีนี้ บริษัทการท่าอากาศยาน เพื่อแจ้งว่าลูกหนี้หรือจำเลยมีความประสงค์จะไกล่เกลี่ย เมื่อมีการมาพบเจรจาไกล่เกลี่ยทางลูกหนี้ ก็จะเสนอว่าสามารถดำเนินการจ่ายได้เท่าไหร่ เป็นงวด รายเดือน รายปี ตามยอดหนี้ที่ต้องชำระ หากมีการตกลงและรับข้อเสนอได้ทั้ง 2 ฝ่าย ก็จะต้องทำบันทึกข้อตกลงการไกล่้เกลี่ยข้อพิพาท ในชั้นบังคับคดี ลงนามทั้ง 2 ฝ่าย จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการชำระหนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรมบังคับคดีเคยไกล่เกลี่ยในชั้นบังคับดคี ในยอดที่หนี้ค่อนข้างสูงแบบนี้หรือไม่ นส.รื่นวดี กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมบังคับคดีจะไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นบังคับคดี ในลูกหนี้รายย่อยเป็นส่วนมาก เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้ผ่อนชำระค่างวดรถ แต่งานลักษณะนี้เป็นหน้าที่ของกรมบังคับในเชิงรุก ที่ต้องให้บริการประชาชน อย่างน้อยก็เป็นช่องทางหนึ่ง ก่อนที่จะถูกบังคับคดี ยึดอายัดทรัพย์มาขายทอดตลาด

