‘6 หน่วยงาน’ เปิดตัวแอพพลิเคชั่น ‘RDU รู้เรื่องยา’ ลดเชื้อดื้อยาทำเสียชีวิตกว่า 3 หมื่นคน

24.09.17 | 13:40 น.

เมื่อวันที่ 24 กันยายน ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล  นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการพัฒนานวัตกรรม Mobile Application “RDU รู้เรื่องยา”  ระหว่าง 6 หน่วยงาน ประกอบด้วย นพ.โสภณ  เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)   นายศักดิ์  เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์(องค์การมหาชน) รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ประธานเครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHosNet) รศ.ภญ.สุวัฒนา  จุฬาวัฒนพล คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นพ.พีรพล สุทธิวิเศษศักดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และ ทพ.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ โดยมีศ.นพ.ประสิทธิ์  วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลและประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ยาสมเหตุผล ร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน

นพ.ปิยะสกล   กล่าวว่า  6 หน่วยงานได้ร่วมมือกันในการพัฒนาแอพพลิเคชันข้อมูลยาในครั้งนี้ โดยได้รวบรวมข้อมูลยากว่า 700 รายการ  อยู่ระหว่างการทดสอบความสมบูรณ์ เพื่อมอบความรู้เรื่องยา (Drug Literacy) เป็นของขวัญปีใหม่ ปี 2561 แก่ประชาชน โดยใช้แอพพลิเคชันนี้บันทึกข้อมูลยาเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือจากคิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่ซองยา ได้แก่ ชื่อโรงพยาบาล ชื่อยาที่ได้รับยา วิธีการใช้ยา ข้อมูลฉลากเสริมพร้อมข้อมูลความปลอดภัยด้านยา เป็นต้น และมีข้อมูลอื่น ๆ  เช่น ข้อมูลยา ข่าวสารเรื่องยา สาระยาน่ารู้ รวมถึงใช้ในการค้นหาโรงพยาบาลและร้านยาคุณภาพ

นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า    เมื่อระบบเสร็จสมบูรณ์จะเริ่มใช้ที่รพ.ศิริราช   รพ.รามาธิบดี  รพ. ราชวิถี รพ.วชิรพยาบาล รพ.มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  และรพ.ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 10 แห่ง คือ รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 จ.สุพรรณบุรี รพ.พระจอมเกล้า  จ.เพชรบุรี   รพ.พระพุทธโสธร จ.ฉะเชิงเทรา รพ.สระแก้ว รพ.ระนอง รพ.กระบี่  รพ.บุรีรัมย์ รพ.อุดรธานี รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี และรพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ จ.เชียงราย

ทพ.สุปรีดา กล่าวว่า ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากเชื้อดื้อยา อย่างน้อยปีละ 20,000-38,000 คน ส่งผลต่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจถึง 46,000 ล้านบาท โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากการใช้ยาที่ไม่เหมาะสมหรือเกินความจำเป็น ที่ผ่านมาสสส. ร่วมกับศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) ทำการศึกษาข้อมูลการใช้ยาทำให้พบพฤติกรรมการใช้ยาของคนไทยที่ไม่เหมาะสม เช่น การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะใน 3 โรคยอดฮิตอย่าง หวัด แผล ท้องเสีย การใช้ยาในกลุ่มเอ็นเสดเป็นเวลานาน เช่น ยาแก้ปวดคลายกล้ายเนื้อทำให้เสี่ยงต่อโรคไต หรือแม้แต่ยาพาราเซตามอล หากมีการใช้อย่างไม่ถูกต้องจะเกิดพิษต่อตับ

Advertisement

รศ. นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ประธานเครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHosNet) กล่าวว่า การทำแอพพลิเคชั่น “RDU รู้เรื่องยา” ขึ้นนี้ เป็นความพยายามของเภสัชกรและแพทย์ในเครือข่าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้ยาแก่ประชาชนชาวไทยให้มากยิ่งขึ้น โดยประสานกับทั้งฝ่ายการศึกษาและเภสัชกรในกระทรวงสาธารณสุข เพื่อจัดทำข้อมูลยาของประเทศที่มีมาตรฐาน ทันสมัย และเป็นหนึ่งเดียว โครงการนี้อาจแบ่งได้เป็น 3 ระยะ ได้แก่

ระยะที่ 1 ที่เปิดตัวในวันนี้ เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลยาที่กำลังได้รับหรือที่สนใจได้อย่างทั่วถึง และเชื่อถือได้ ทั้งยังสามารถเก็บข้อมูลยาของตนเองได้ในมือถือ ผ่านการสแกน QR code ที่ติดอยู่บนฉลากยาเพียงครั้งเดียว ไม่ต้องเขียนบันทึกหรือทำอะไรเพิ่มเติม

ระยะที่ 2 จะมีการเตือนเมื่อถึงเวลากินยา และจะมีระบบเตือนเมื่อได้รับยาที่เคยแพ้ หรือได้รับยาใหม่ที่อาจมีปัญหาตีกันกับยาเดิม สามารถแจ้งบุคลากรผู้สั่งและจ่ายยาได้ในทันที  เป็นการป้องกันอาการไม่พึงประสงค์จากยาที่รุนแรง จนอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

ระยะที่ 3 เป็นความฝันที่จะเชื่อมต่อข้อมูลยาของประชาชนกับสถานพยาบาล เมื่อผู้ป่วยเข้ารักษาตัว เพื่อทำให้ได้รับยาอย่างต่อเนื่องถูกต้อง และหลีกเลี่ยงการได้ยาซ้ำซ้อน เกินขนาด หรือขัดขวางการรักษา เพิ่มความปลอดภัยด้านยาให้แก่ผู้ป่วยมากขึ้น