รพ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับเครือข่ายกู้ชีพจังหวัด-สพฉ. เสนอแนวทางพัฒนาศูนย์สั่งการ 1669

24.09.17 | 13:47 น.

เมื่อวันที่ 24 กันยายน นพ.อนุกูล ไทยถานันดร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ กล่าวภายหลังการหารือร่วมระหว่างโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ทีมกู้ภัยจากมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน ทีมกู้ภัยจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้บริหารสำนักการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ทบทวนประเมินเหตุการณ์และวิเคราะห์กรณีญาติร้องเรียนว่าบริการ 1669 มีความล่าช้า เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินของจังหวัดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความเสี่ยงของผู้ป่วย

โดยผลการหารือ นพ.สัญชัย ชาสมบัติ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติสรุปว่า ผู้ป่วยรายนี้มีความยากและซับซ้อนมาก เนื่องจากผู้ป่วยมีภาวะภูมิต้านทานต่ำจากโรคประจำตัว ทำให้ญาติมีความยากลำบากในการรายงานอาการผู้ป่วย นับว่าเป็นเหตุการณ์สุดวิสัยทางการแพทย์ ซึ่งต้องขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวผู้สูญเสีย ในส่วนของการตรวจสอบกระบวนการทำงานพบว่าดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ทีมผู้ปฏิบัติงานมีประสบการณ์สูง และผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลที่ผ่านมาจากการประเมินพบว่า อยู่ในระดับแนวหน้าของเขตสุขภาพที่ 5

อย่างไรก็ตาม พบว่าสิ่งที่เป็นปัญหาของระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน คือความจำเป็นในการซักถามอาการสำคัญเพื่อคัดกรองความเร่งด่วนให้ได้ก่อน เพื่อประเมินว่าต้องปฐมพยาบาลหรือจำเป็นต้องออกไปรับเร่งด่วนเพียงใด ทำให้เกิดความไม่เข้าใจและไม่พอใจต่อการบริการการแพทย์ฉุกเฉิน จำเป็นต้องพัฒนาต่อไปโดยเฉพาะระบบ Call Center ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยได้ข้อเสนอเพื่อพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินจากการหารือ ดังนี้ 1.การประชาสัมพันธ์ต่อประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับ อาการสำคัญที่จำเป็นต่อการประเมิน ตำแหน่งหรือพิกัดที่ชัดเจน หรือสถานที่สาธารณะที่อ้างอิงได้ ต่อศูนย์รับแจ้งเหตุ

2.การปรับปรุงระบบข้อมูล ของศูนย์รับแจ้งเหตุ ให้ทันสมัยมากขึ้นทั้งการบันทึกเสียง บันทึกเวลาเพื่อนำผลการทำงานมาวิเคราะห์และปรับปรุงต่อไป 3.การจัดอบรม อาสาสมัครแจ้งเหตุสำหรับประชาชนทั่วไปให้สามารถคัดกรองความรุนแรงเบื้องต้นและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้จำนวนมากขึ้น 4.ศูนย์สั่งการ 1669 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะตัดสินใจแจ้งทีมกู้ภัยซึ่งมีความพร้อมที่จะออกปฏิบัติการเร็วขึ้นกว่าเดิมโดยเฉพาะในรายที่ผู้แจ้งเหตุให้ข้อมูลอาการไม่ชัดเจน เพื่อให้ทีมกู้ภัยไปถึงผู้ป่วยและได้มีการประเมินผู้ป่วยอีกครั้งเพื่อความมั่นใจและปฐมพยาบาลเบื้องต้น

“ขอให้ประชาชนชาวประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดอื่นๆได้มีความมั่นใจในระบบศูนย์รับแจ้งเหตุ 1669 ว่าสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้ต่อไป และจะปรับปรุงเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพให้ดีขึ้น” นพ.อนุกูลกล่าว

Advertisement