ภาพของผู้ป่วยที่นั่งรอคิวการรักษาเป็นวันๆ ความแออัดที่เกิดขึ้น กลายเป็นของคู่กันกับโรงพยาบาลรัฐเสียแล้ว… แต่ล่าสุดมีโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่ลดปัญหาเหล่านี้ได้…
โรงพยาบาลขอนแก่น จ.ขอนแก่น ขจัดปัญหาดังกล่าวด้วยการบริหารแบบลดผู้ป่วย OPD ไม่มี Walk in หรือพูดง่ายๆ คือการปิดคลินิกผู้ป่วยนอก ไม่มีการเดินเข้ามาตรวจรักษา ยกเว้นผู้ป่วยมีนัด หรือกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน ส่วนผู้ป่วยนอกสามารถไปรักษาได้ในรพ.ระดับปฐมภูมิที่มีความร่วมมือกับทาง รพ.ขอนแก่นนั่นเอง โดยการดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่อยู่ๆจะทำได้ แต่มีการระดมความคิดเห็น สอบถามจากประชาชนในพื้นที่ และได้ดำเนินการมาแล้วถึง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2555
ล่าสุด นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการทำงานที่โรงพยาบาลขอนแก่น เมื่อไม่นานมานี้ โดยมีผู้บริหารและบุคลากรในรพ. ให้การต้อนรับ อาทิ นพ.สมพงษ์ จรุงจิตตานุสนธิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกูล ผอ.รพศ.ขอนแก่น เป็นต้น

พญ.รุจิราลักขณ์ พรหมเมือง ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน และหัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลขอนแก่น อธิบายถึงแนวทางลดความแออัดและการรอคิว ว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเดินทางมาตรวจวินิจฉัยที่โรงพยาบาลในจังหวัดเป็นหลัก ทำให้ภาพการรอคิวจึงเกิดขึ้นอยู่เสมอ ทางโรงพยาบาลจึงมีการปรับบทบาทการเชื่อมโยงบริการตติยภูมิสู่ปฐมภูมิที่เน้นการสนับสนุนเครือข่ายพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิในเครือข่ายให้มีศักยภาพ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพใกล้บ้านมากขึ้น ลดความแออัดในโรงพยาบาลแม่ข่าย คือโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นนั่นเอง โดยทางโรงพยาบาลได้แยกผู้ป่วย OPD หรือผู้ป่วยที่มาตรวจรักษาโดยไม่ต้องนอนพักรักษาตัวออกจากโรงพยาบาล และปิดคลินิกผู้ป่วยนอกทั่วไป (OPD Walk in) รวมทั้งผู้ป่วยเรื้อรังที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2554 และเป็นรูปแบบที่สมบูรณ์ในปี 2555
ทั้งนี้ยังได้ปรับระบบจัดสรรงบประมาณ OP , PP ให้เกิดความคล่องตัวขึ้น บริหารจัดการโดยคณะกรรมการบริหารเครือข่ายบริการสุขภาพ(CUP BOARD) ในด้านการพัฒนาคุณภาพการบริการ สนับสนุนการจัดบริการปฐมภูมิให้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้เป็นด่านแรกในการให้บริการประชาชน ในระยะแรกระหว่างปี 2554-2558 และยังจัดให้มีเครือข่ายบริการย่อย 4 เครือข่าย ซึ่งเป็นศูนย์แพทย์ 4 มุมเมือง ได้แก่ ศูนย์แพทย์มิตรภาพ วัดหนองแวงพระอารามหลวง ขาตะผดุง และประชาสโมสร ซึ่งมีผู้มารับบริการเฉลี่ยศูนย์ละ 150-250 รายต่อวัน ซึ่งการดำเนินการรูปแบบนี้ช่วยลดความแออัด ลดปัญหาการรอคิวของผู้ป่วยนานๆได้
พญ.รุจิราลักขณ์ กล่าวว่า สำหรับศูนย์แพทย์ทั้ง 4 แห่ง มีแพทย์ประจำและมีสหสาขาวิชาชีพครบในการดูแล เป็น วันสต๊อบเซอร์วิส คือ ได้รับบริการเหมือนมาที่รพ.ขอนแก่น แต่ข้อดีของศูนย์แพทย์เหล่านี้คือใกล้บ้านผู้ป่วย ทำให้ไม่ต้องเดินทางไกลๆมารพ.ในตัวจังหวัด อย่างไรก็ตาม เมื่อประชาชนเข้าใจ รับรู้ ใช้บริการและมีความเชื่อมั่นในการตรวจรักษาโรคทั่วไปที่ไม่ซับซ้อนที่ศูนย์แพทย์เหล่านี้เพิ่มมากขึ้น ในปี 2555 จึงพิจารณาปิดบริการคลินิกผู้ป่วยนอกทั่วไปที่รพ.ขอนแก่น โดยประชาชนสามารถไปรับบริการที่ศูนย์แพทย์แห่งที่ใกล้บ้านแทน ซึ่งประชาชนเข้าใจและให้ความร่วมมือ สิ่งสำคัญคือมีการสอบถามความคิดเห็นก่อนดำเนินการ นอกจากจะได้รับบริการที่ศูนย์แพทย์แล้ว ทางศูนย์ยังจัดทีมคลินิกหมอครอบครัวลงพื้นที่ทำงานเชิงรุกอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีภาคีเครือข่ายหรือคลินิกหมอครอบครัวเป็น 6 จุด คือ 1.คลินิกหมอครอบครัวมิตรภาพ 2.คลินิกหมอครอบครัววัดหนองแวงพระอารามหลวง 3.คลินิกหมอครอบครัว ประชาสโมสร 4.คลินิกหมอครอบครัวหัวทุ่ง 5.คลินิกหมอครอบครัว รพ.ขอนแก่น 1 ซึ่งทำหน้าที่ลงพื้นที่ดูแลผู้ป่วยเรือนจำกลาง และทัณฑสถานบำบัดพิเศษ จ.ขอนแก่น เป็นต้น และ6.คลินิกหมอครอบครัว รพ.ขอนแก่น 2 สาขาวัดศิริธรรมิกาวาส(รพ.โคกสี)
สำหรับการให้บริการจะมีตั้งแต่ตรวจวินิจฉัย รักษาโรคทั่วไป โรคเรื้อรังและอุบัติเหตุฉุกเฉิน บริการทำหัตถการผ่าตัดเล็ก อุบัติเหตุและการเจ็บป่วยฉุกเฉิน การคัดกรองภาวะแทรกซ้อนจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง คลินิกฝากครรภ์ คลินิกสุขภาพเด็กดี บริการฉีดวัคซีนพื้นฐาน บริการเพื่อใจวัยรุ่น และให้คำปรึกษา ให้บริการด้านทันตกรรม เป็นต้น
จากการดำเนินการทำให้ลดปัญหาการรอคิวการรักษาได้เป็นอย่างดี โดยพบว่าประชาชนลดการรอจาก 184 นาทีที่รพ.ขอนแก่น เหลือเฉลี่ย 47 นาทีเท่านั้นหากมารับบริการที่ศูนย์แพทย์หรือที่เครือข่ายการบริการปฐมภูมินั่นเอง ที่สำคัญยังลดค่าใช้จ่ายของประชาชนในส่วนของค่าเดินทางมารับบริการถึงรพ.ขอนแก่น ได้ถึง 4.48 ล้านบาทต่อเดือน หรือคิดเป็น 53.8 ล้านบาทต่อปี ประมาณการณ์จากการรับบริการผู้ป่วยนอกรายละ 200 บาทต่อครั้งที่มารับบริการ
ทั้งหมดเป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการที่ยึดประชาชน เพื่อลดการรอคิวในรพ.รัฐที่น่าสนใจ…


