จากกรณีเจ้าหน้าที่ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ตรวจสอบ คดีทุจริตเงินทอนวัด โดยรอบแรก เป็นการทุจริตงบอุดหนุนบูรณะปฎิสังขรณ์วัดและพัฒนาวัด 12 วัด ตั้งแต่ปี 2555-2559 ความเสียหายประมาณ 60 ล้านบาท มีผู้ต้องหา 10 ราย ต่อมา ปปป.ลงตรวจรอบที่สอง พบเป็นการทุจริตงบอุดหนุน 3 ประเภท คือ 1.อุดหนุนบูรณะปฎิสังขรณ์วัดและพัฒนาวัด 2.อุดหนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และ 3.อุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา-แผนกธรรม-แผนกบาลี จำนวน 23 วัด ตั้งแต่ปี 55-60 ความเสียหายประมาณ 140 ล้านบาท มีผู้ต้องหา 19 ราย เป็นพระสงฆ์ 4 รูป ต่อมาเมื่อวันที่ 21 กันยายนผ่านมา พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตรวจค้น เป้าหมาย 14 จุด โดยเป้าหมายสำคัญคือ บ้านพักของนายพนม ศรศิลป์ อดีตผอ.พศ. ใน อ.สามพราน จ.นครปฐม และได้แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว 6 คน จากทั้งหมด 19 คน คือ นายพนม ศรศิลป์ นายณรงค์เดช ชัยเนตร อดีต ผอ.กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ตำแหน่งปัจจุบัน ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) สิงห์บุรี นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี นักวิชาการ พศ. นายฉัตรชัย ชูเชื้อ ผอ.กองพุทธศาสนสถาน พศ. นายพยงค์ สีเหลือง นายช่างโยธา ชำนาญงาน พศ. และล่าสุด นางณัฐฐาวดี ตันตยาวิสาส นักวิชาการ พศ.
เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 24 กันยายน ผู้ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. พ.ต.อ.จักร เพ็งสาธร รอง ผบก.ปปป. พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ รอง ผบก.ปปป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.บุญฤทธิ์ ศรีวิจิตร ผกก.กก.4 บก.ปปป.นำกำลังเจ้าหน้าที่ไปที่วัดลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ เพื่อไปพบพระครูกิตติพัชรคุณ หลังทราบว่า เดินทางกลับมาจากประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา โดยหากมีการพบตัวเจ้าหน้าที่จะมีการแจ้งข้อกล่าวหา กับพระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าคณะอำเภอชนเเดนในฐานความผิด ตามมาตรา 86 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดก่อน หรือขณะกระทำความผิดแม้ผู้กระทำความผิด จะมิได้รู้ถึงการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกนั้นก็ตาม ผู้นั้นเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดที่สนับสนุนนั้น เเละมาตรา 147 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท
มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ
ด้าน พ.ต.อ.วรายุทธเผยว่า ได้ทราบว่าพระครูกิตติพัชรคุณ เดินทางไปประเทศอินเดียตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา และต่อมาได้ข่าวจากสายสืบว่ามีคนพบเห็นพระครูกิตติพัชรคุณเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา พล.ต.ต.กมล ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.บุญฤทธิ์ ศรีวิจิตร ผกก.กก.4 บก.ปปป.นำกำลังเจ้าหน้าที่ไปที่วัดลาดแค เพื่อไปพบพระครูกิตติพัชรคุณ แต่ขณะเจ้าหน้าที่ยังไม่พบตัวอยู่ที่วัด จึงกำลังหาข่าวว่าพระครูกิตติพัชรคุณอยู่ที่ใด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ บก.ปปป. อยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานที่พำนักของพระที่เหลืออีก 3 รูป ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตดังกล่าว เพื่อจะได้ใช้มาตรการที่เหมาะสมในการแจ้งข้อหาก่อนส่งมอบสำนวนให้ ป.ป.ช. วันที่ 26 กันยายนนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระอีก 3 รูป ที่เกี่ยวข้องในคดีเงินทอนวัด ที่เจ้าหน้าที่เตรียมแจ้งข้อหาอีกนั้น ระดับ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส 2 รูป และ 1 เจ้าคณะจังหวัด

