ศาลเปิดศูนย์ควบคุมใช้กำไลอีเอ็ม 5 พันชิ้น นำร่อง 23 ศาล

27.09.17 | 16:04 น.

เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ถ.รัชดาภิเษก นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์ควบคุมและติดตามการปล่อยตัวชั่วคราวโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Monitoring Center) หรือกำไล(EM)อีเอ็ม เพื่อใช้ในการปล่อยชั่วคราวกผู้ต้องหา หรือจำเลยที่มีหลักทรัพย์ไม่เพียงพอ ทั้งนี้เพื่อลดจำนวนผู้ต้องขัง และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้มากขึ้น โดยมีการส่งมอบกำไลอีเอ็ม5,000 ชิ้น ให้ศาลนำร่อง 23 ศาล เริ่มตั้งแต่ ศาลอาญา ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และศาลทั่วทุกภูมิภาค และเริ่มใช้งานเดือนธ.ค.นี้ เป็นต้นไป โดยสำนักงานศาลยุติธรรม มีเจ้าหน้าที่ดูแลประจำศูนย์ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางของบุคคล สามารถระบุตำแหน่งที่อยู่และจัดส่งข้อมูลพิกัดของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวทุกๆ 2นาที รวมทั้งมีการแจ้งเตือนแบบรีลไทม์ เมื่อเกิดเหตุกับอุปกรณ์เช่น มีการทุบ ทำลาย ตัด หรือถอดอุปกรณ์โดยไม่ได้รับการอนุญาต ไปยังศูนย์ควบคุมฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบสาเหตุของการเกิดสัญญาณ จากนั้นจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ของศาลเพื่อเสนอผู้พิพากษาพิจารณาเพื่อยกเลิกคำสั่งการปล่อยตัวชั่วคราว และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยต่อไป

นายกำพล รุ่งรัตน์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา กล่าวว่า อุปกรณ์นี้ศาลได้ทำการจัดซื้อจัดจ้างโดยการประกวดราคา ในการเช่าเหมาแบบปีต่อปีจำนวน5,000 ชุด วงเงิน 80,880,000 บาท มีระบบป้องกันการปฎิบัติการ ระบบป้องกันไวรัสการเชื่อมต่อเครือข่ายต่างๆ และสาเหตุของการจัดซื้อจัดจ้างนั้นทางผู้ให้เช่าจะรับผิดเองชอบทั้งหมดหากเกิดการชำรุดเสียหาย ส่วนการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพราะอุปกรณ์นี้ได้รับมาตราฐานไอพี68 และมีการจำกัดพื้นที่ หรือจำกัดพฤติกรรมของผู้ต้องหาหรือจำเลยอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อุปกรณ์ชิ้นนี้สามารถใช้ได้กับผู้ต้องหาหรือจำเลยในทุกความผิดในคดีอาญา ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล หากผู้ต้องหาหรือจำเลยต้องการจะเดินทางไปประเทศ ต้องยื่นคำร้องต่อผู้พิพากษาเพื่อพิจารณาถึงความเหมาะสมและความจำเป็นต่อไป โดยระหว่างนี้เจ้าหน้าที่ได้วีดิโอคอล ไปยังจำเลยหรือผู้ต้องหา เพื่อสอบถามการใช้ชีวิตประจำวันจากการที่ได้ติดตามเครื่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชุดนี้ ผู้ต้องหากล่าวว่า ไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เนื่องจากอุปกรณ์ถูกสวมไว้บริเวณข้อเท้าติดมีกางเกงคลุมอยู่ จึงสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้