หน้าแรก ในประเทศ สงกรานต์ แบบ&...

สงกรานต์ แบบ”ประพรม” เป็นไปได้ไหม?

12.03.16 | 15:37 น.

“กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร” รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผุดไอเดียสู้ภัยแล้ง รณรงค์ให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ให้เล่นน้ำในลักษณะประพรม ไม่เน้นสาดน้ำฟุ่มเฟือย เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ไม่ให้กระทบภาวะขาดแคลนน้ำในช่วงวิกฤตแล้งครั้งนี้

จากไอเดียเล่นน้ำแบบประพรมนั้น จึงต้องไปสำรวจแหล่งเล่นน้ำสงกรานต์ที่ดังๆ ของประเทศว่ามีความคิดเห็นเช่นไร

บำรุง เจริญพจน์ รองนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา มองว่า หากจะให้งดสาดน้ำเล่นสงกรานต์คงห้ามกันได้ยาก อาจจะทำให้ประชาชนไม่พอใจได้ เทศบาลนครนครราชสีมา ยังจะมีการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ขึ้นเหมือนทุกปี แต่อาจจัดโซนนิ่งสาดน้ำกันได้เฉพาะบริเวณถนน 3 จุด ได้แก่ ถนนสุรนารี ถนนจอมสุรางค์ และมหาดไทยรอบอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีเท่านั้น เทศบาลฯ จะบริการน้ำประปาให้เล่นสงกรานต์ได้ฟรีตลอด 3 วัน ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายนนี้ แต่อาจจะกำหนดให้เล่นน้ำเป็นช่วงเวลา

ด้าน นิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรี เมืองนครพนม บอกว่า นครพนมถือเป็นจังหวัดสำคัญที่มีงานสงกรานต์ยิ่งใหญ่จัดขึ้นทุกปี คือ สงกรานต์ถนนข้าวปุ้น ในปีนี้จะจัดขึ้นยิ่งใหญ่กว่าทุกปี ให้ได้เล่นน้ำสงกรานต์ตลอดแนวถนนสุนทรวิจิตร ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม เป็นถนนติดกับแม่น้ำโขงทิวทัศน์สวยงาม ในเรื่องการใช้น้ำทางเทศบาลไม่หนักใจเนื่องจากระดับน้ำโขงในเขตเทศบาลเมืองนครพนมถึงจะลดระดับแต่ไม่มาก เชื่อว่าเพียงพอเป็นน้ำต้นทุนในการเล่นน้ำสงกรานต์แบบไม่ต้องใช้น้ำประปา จะมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อบริการประชาชน นักท่องเที่ยว ได้เล่นน้ำสงกรานต์ ไม่กระทบต่อการใช้น้ำของประชาชนแน่นอน

เช่นเดียวกับ จีรเดช ศรีวิราช นายกเทศมนตรีเมืองดอกคำใต้ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา กล่าวว่า เมืองดอกคำใต้ยังมีการจัดร่องช้างมหานที ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองดอกคำใต้ ประจำปี 2559 ขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2559 นี้

Advertisement

รูปแบบของกิจกรรมเน้นการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมสงกรานต์ล้านนา ไม่เน้นการสาดน้ำ เช่น การประกวดอาหารล้านนา อาหารมงคลในเทศกาลสงกรานต์ เป็นต้น สำหรับการเล่นน้ำอาจจะมีจุดที่จัดไว้สำหรับให้ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวได้เล่นสาดน้ำริมแม่น้ำร่องช้าง โดยจะเป็นจุดที่น้ำไหลวนลงแม่น้ำ ทำให้ปริมาณน้ำไม่ลดลงเพราะไม่มีการสาดน้ำแบบฟุ่มเฟือยด้วย

ด้าน วิมล ปิงเมืองเหล็ก อดีตประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา และปราชญ์ท้องถิ่นจังหวัดพะเยา กล่าวว่า วัฒนธรรมเกิดจากวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เมื่อแล้งมีน้ำน้อยหรือไม่มีน้ำ ชาวบ้านก็จะปรับตัวได้เองตามธรรมชาติ เช่น การสาดน้ำกันอย่างสนุกสนานบนท้องถนนหรือตามจุดริมถนนทั่วไป ก็จะมีการปรับรูปแบบมาเป็นการรดน้ำกันเพื่อให้เป็นประเพณี เป็นการปรับตัวตามวิถีที่เหมาะสม ซึ่งทางรัฐไม่ควรเป็นกังวลหรือชี้นำเรื่องวัฒนธรรม

ส่วน ทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ มองว่า งานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ หรือสงกรานต์ วันที่ 13-15 เมษายนนี้ ไม่เน้นการเล่นสาดน้ำ รณรงค์ใช้อุปกรณ์เล่นน้ำที่ใช้น้ำน้อย อาทิ ปืนฉีดน้ำ กระบอกฉีดน้ำที่สะพายหลัง หรือขันตักน้ำขนาดเล็ก ส่วนน้ำรอบคูเมืองไม่ระบายออก แต่ใช้วิธีบำบัดน้ำแทน อาทิ เปิดน้ำพุ จาก 7 ชั่วโมงเป็น 14 ชั่วโมง เพื่อเติมออกซิเจน พร้อมเติมสารคลอรีน ดักตะกอนสาหร่ายสีเขียว ซึ่งชลประทานจะปล่อยน้ำจากฝายแม่แตงเข้ามาเสริมน้ำคูเมืองล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้น้ำหมุนเวียน ส่วนการประปาภูมิภาคเชียงใหม่ จะติดตั้งประปาหยอดเหรียญ 4-5 จุด เพื่อใช้เล่นน้ำได้อย่างเพียงพอ และเหมาะสม เชื่อว่าประหยัดน้ำได้ 20-30%

วิชัย ลิมป์วัฒนะชัย นายกเทศมนตรีตำบลวิเศษไชยชาญ จ.อ่างทอง เจ้าของพื้นที่การจัดงานสงกรานต์บริเวณถนนข้าวสุกระบุว่า เทศบาลวางแผนไว้ว่าจะใช้วิธีนำถังน้ำไปวางบริเวณจุดต่างๆ บนถนนข้าวสุกสัก 4-5 จุด แล้วนำน้ำไปคอยเติมไว้ให้ประชาชนได้เล่นกันพอเป็นพิธี อย่างน้อยเพื่อให้ได้รักษาประเพณีไทยเอาไว้ก็คงจะเพียงพอแล้ว

ขณะที่ผู้ประกอบการในบริเวณถนนข้าวสารสถานที่เล่นสงกรานต์ที่โด่งดังไปทั่วโลก สง่า เรืองวัฒนกุล ที่ปรึกษาสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจถนนข้าวสาร มองว่า การลดวันท่องเที่ยวสงกรานต์ลงนั้นส่วนตัวมองว่าเกิดจะผลกระทบต่อธุรกิจในถนนข้าวสารอย่างแน่นอน

“ส่วนการเปลี่ยนจากการเล่นน้ำมาเป็นประพรมน้ำเพื่อเป็นการประหยัดนั้น อยากจะให้มีการละเว้นในพื้นที่นี้ เพราะคนจากหลายประเทศต้องการมาท่องเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์ หากมีการควบคุมมากจนเกินไปอาจจะกระทบต่อการท่องเที่ยว ทางผู้ประกอบการเองเข้าใจและสนับสนุนแนวทางของทางรัฐที่ต้องการให้มีการประหยัดน้ำ แต่ก็อยากให้ภาครัฐมีการจัดโซนนิ่งในพื้นที่ท่องเที่ยว ให้สามารถเล่นน้ำได้ตามปกติได้ ปัจจุบันเศรษฐกิจไม่ค่อยสู้ดีนัก รายได้หลักส่วนมากของประเทศก็มาจากการท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่ จึงอยากเรียนขอให้ทางภาครัฐช่วยพิจารณาข้อเสนอเรื่องการจัดโซนนิ่ง เพื่อไม่ให้มีกระทบต่อการท่องเที่ยวในระยะยาว”

ขณะที่นายกนกณัฐ (ไม่เปิดเผยนามสกุล) เจ้าของร้านแผงลอยถนนข้าวสาร กล่าวว่า ถ้าลดปริมาณน้ำลงคงไม่มีใครมาเที่ยวมาเล่นน้ำ ส่งผลกระทบต่อร้านค้าต่างๆ ในถนนข้าวสาร ในช่วงสงกรานต์ก็จะปิดร้านแล้วเปลี่ยนเป็นขายน้ำแทน แต่ช่วงปีหลังๆ ขายน้ำไม่ค่อยดีเหมือนแต่ก่อน เพราะเศรษฐกิจไม่ค่อยดีนัก อีกทั้งกฎระเบียบข้อห้ามมีมากเกินไป ถ้าจะห้ามเล่นหรือให้ใช้ปริมาณน้ำที่น้อยลงในการเล่นน้ำ นักท่องเที่ยวคงลดน้อยลง”

ภาวะภัยแล้งที่รุนแรงในปีนี้จะทำให้เทศกาลสงกรานต์ของไทยที่โด่งดังไปทั่วโลกจะกร่อยหรือไม่ คงต้องรอดู …