ทช.สำรวจน้ำทะเลเปลี่ยนสี จ.ตราด พบแพลงตอนพืชผลิตสีเพิ่ม สัตว์น้ำขาดออกซิเจนหนัก

30.09.17 | 09:56 น.

วันที่ 30 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศุภวัตร กาญจน์อติเรกลาภ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก (ศวทอ.) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยเข้าสำรวจตัวอ่อนแมงกะพรุนภายใต้การศึกษาปัจจัยที่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์แมงกะพรุนหลากสี บริเวณ จ.ตราด พบปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี บริเวณหาดคลองตะเคียน (ต.ไม้รูด) และหาดราชการุณย์ จ.ตราด จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า บริเวณหาดคลองตะเคียนมีน้ำทะเลสีเขียวเป็นระยะทาง 200 เมตร และบริเวณหาดราชการุณย์น้ำทะเลมีสีเขียวเป็นระยะทาง 1 กม. ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยจึงเข้าสำรวจคุณภาพสิ่งแวดล้อมและเก็บตัวอย่างน้ำทะเลจำนวน 2 สถานี จากการตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้นพบว่า อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่ 1 และ 4 เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและเพื่อการนันทนาการ ส่วนผลการวิเคราะห์แพลงตอนพืช พบว่าเกิดการสะพรั่งของไดโนแฟลกเจลเลต ชนิด Noctiluca scintillans

นายศุภวัตร กาญจน์อติเรกลาภ

นายศุภวัตรเปิดเผยว่า ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี เป็นผลมาจากการที่แพลงตอนพืชบางชนิดได้รับธาตุอาหารและปริมาณแสงในปริมาณมากกว่าปกติ จึงเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำทะเลมีสีที่เปลี่ยนไปตามสีรงควัตถุของแพลงตอนพืชชนิดที่เพิ่มปริมาณมากขึ้น มีลักษณะเป็นตะกอนแขวนลอยน้ำเป็นหย่อมหรือเป็นแถบยาวมีแนวตามทิศทางของกระแสลมและคลื่น ส่วนมากมักมีกลิ่นเหม็น เมื่อแพลงตอนเหล่านี้ตายลงอาจส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำและการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง เนื่องจากสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นขาดออกซิเจน หรือจากปริมาณแอมโมเนียในน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น การเกิดเหตุการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีในประเทศไทยเริ่มมีรายงานตั้งแต่ปี พ.ศ.2495 โดยเกือบทั้งหมดเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยโดยเฉพาะในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน แพลงตอนพืชที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีในประเทศไทย คือ ไดโนแฟลกเจลเลต ไดอะตอม และสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน โดยไดโนแฟลกเจลเลตเป็นกลุ่มที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในแง่ของการวิจัยและการเฝ้าระวัง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการสร้างสารชีวพิษที่สามารถสะสมในสัตว์กลุ่มที่กรองกินแพลงตอนเป็นอาหารและถ่ายทอดผ่านการกินต่อๆ กันในระบบห่วงโซ่อาหาร โดยก่อให้เกิดผลกระทบได้ถึงแม้จะแพร่กระจายในระดับความหนาแน่นต่ำ

Advertisement

นายศุภวัตรกล่าวว่า แพลงตอนพืชที่เป็นสาเหตุหลักทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีในประเทศไทยนั้น มี 4 ชนิด ดังนี้ 1.ไดโนแฟลกเจลเลต ชนิด Noctiluca scintillans ทำให้น้ำทะเลเปลี่ยนสีเป็นสีเขียวเข้ม 2.Ceratium furca ทำให้น้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐ 3.สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน สกุล Oscillatoria spp. ทำให้น้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล และ 4.ไดอะตอม สกุล Chaetoceros spp. ทำให้น้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีเขียวหรือน้ำตาลขึ้นอยู่กับชนิด

“ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี นับเป็นเรื่องสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เนื่องจากส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อมนุษย์ ทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่ง ทช.จึงมีมาตรการจัดการกับปัญหาน้ำทะเลเปลี่ยนสี โดยกำหนดมาตรการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษจากแผ่นดินบริเวณแนวชายฝั่งทะเลซึ่งมีแนวโน้มการพัฒนาและการใช้ประโยชน์พื้นที่ชายฝั่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลดและควบคุมการปล่อยน้ำเสีย ได้แก่ สารอาหาร ปริมาณอินทรีย์สารและตะกอนและการปนเปื้อนของแบคทีเรียลงสู่ทะเลจะเพิ่มปริมาณขึ้นโดยเฉพาะการขยายตัวของชุมชน ตลอดจนอุตสาหกรรม พร้อมทั้งเคร่งครัดมาตรการควบคุมและการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องและการบูรณาจัดการคุณภาพน้ำในระบบลุ่มน้ำ”