สมัครจิตอาสาเฉพาะกิจฯวันสุดท้าย งานบริการสมัครมากสุด

เมื่อวันที่ 30 กันยายน ตามที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดตั้ง “จิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” ขึ้น เพื่อเป็นการรวมพลังความรักและน้ำใจของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนเป็นต้นมา ระหว่างเวลา 08.00 – 16.00 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ และวันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายของการรับสมัคร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรับสมัครวันสุดท้าย ณ อาคาร 601 สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า มีประชาชนจำนวนมากทยอยกันเดินทางมาสมัครจิตอาสาฯ ไม่ขาดสาย โดยมีเหล่าจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” คอยอำนวยความสะดวกอยู่ตลอดเส้นทาง โดยส่วนใหญ่เป็นประชาชนหน้าใหม่ ทั้งครอบครัวจูงบุตรหลานมา รวมถึงคนรุ่นใหม่ และผู้สูงอายุ แต่งกายด้วยชุดสุภาพสีดำ เดินทางมารอลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 05.00 น. กระทั่งเวลา 08.00 น. สำนักพระราชวังเปิดรับลงทะเบียน โดยแจกบัตรคิว 2,500 คิวช่วงเช้าและอีก 2500 คิวช่วงบ่าย เพื่อให้ลงทะเบียน ตลอดทั้งวันมีประชาชนทยอยเดินทางมาสมัครเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ มีประชาชนมาสมัครในส่วนของบริการประชาชนจำนวนมากที่สุด เนื่องจากเป็นงานที่ปฏิบัติหลายส่วน และไม่จำเป็นต้องมีความสามารถเฉพาะ นอกจากนี้พสกนิกรยังมาสมัครตามความถนัด เช่น วินมอเตอร์ไซค์ คนขับรถแท็กซี่ ได้มาสมัครในภาคขนส่ง ซึ่งที่ผ่านมามีผู้พิการขาขาดที่มีซาเล้ง ก็ขอมาสมัครด้านขนส่งเนื่องจากมีซาเล้งช่วยบริการคนอื่น

โดยเมื่อเข้ามาลงทะเบียนแล้ว จะได้กระดาษใบลงทะเบียน จากนั้นช่างน้ำหนัก วัดรอบอก เพื่อทราบไซซ์เสื้อ และเข้าฟังบรรยายการรับสมัคร เลือกประเภทต่างๆของงานจิตอาสา และนำบัตรประชาชนไปลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ สำหรับประชาชนที่มาสมัครเป็นจิตอาสาเฉพาะกิจ จะได้รับสิ่งของพระราชทาน ได้แก่ หมวกแก๊ป ผ้าพันคอ เสื้อโปโลสีดำ ปลอกแขนซึ่งจะมีแถบสีตามประเภทงานจิตอาสา ในส่วนเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 17 ปี ที่มาลงทะเบียนเป็นจิตอาสาเฉพาะกิจจะได้รับพระราชทานกระปุกออมสินด้วย ทั้งนี้ จิตอาสาเฉพาะกิจที่ลงทะเบียนแล้ว จะได้รับของพระราชทานระหว่างวันที่ 7-12 ตุลาคม ณ ที่ลงทะเบียน สำหรับผู้ที่ไม่สามารถมารับของพระราชทานในเวลาที่กำหนด ให้มารับได้วันที่ 20 -22 ตุลาคม ณ จุดที่เดินทางไปลงทะเบียน โดยจะปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 18-31 ตุลาคม

 

นายจักรกฤช ภิรมย์กาญจน์ อายุ 37 ปี ซึ่งพาภรรยา ลูก และมารดา มาลงทะเบียนจิตอาสาเฉพาะกิจฯ กล่าวว่า ด้วยต้องทำงานที่หาดใหญ่ จ.สงขลา ทำให้ไม่ค่อยลางานเข้ามากรุงเทพฯได้ จนสามารถลาพักร้อนมากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้จึงรีบมา ซึ่งเมื่อได้เข้าไปกราบเมื่อวานนี้ ได้เห็นจิตอาสาได้ทำงานในพื้นที่ ก็รู้สึกอยากเป็นส่วนหนึ่ง เพราะทุกคนทำให้เห็นว่าเขาอยากทำอะไรด้วยใจจริงๆ เมื่อแม่แจ้งว่ามีการรับสมัครจิตอาสาเฉพาะกิจอยู่ จึงได้รีบเข้ามาสมัคร ถือเป็นความภาคภูมิใจ เพราะอยากทำอะไรสักอย่างเพื่อในหลวงร.9 เป็นครั้งสุดท้าย

“บ้านเดิมอยู่ที่นครศรีธรรมราช จึงมีโอกาสได้ไปรับเสด็จในหลวงร.9 เมื่อครั้งเสด็จฯ มาเปิดประตูน้ำปากพนัง แม้จะได้อยู่ไกลๆก็ยังจดจำได้จนวันนี้ ประทับใจในพระราชกรณียกิจของพระองค์ทุกๆด้าน โดยเฉพาะปากพนังที่ได้เห็นจริงๆว่า มีสิ่งต่างๆดีขึ้น ชีวิตคนรวมถึงธรรมชาติดีขึ้น เกิดมาก็เห็นพระองค์แล้ว เป็นจิตสำนึกของเราที่ต้องทำดี จงรักภักดีเพื่อพระองค์” นายจักรกฤชกล่าว

ด้าน นางสาวณัฐญา ศรีกุลภัทร อายุ 26 ปี นักวิทยาศาสตร์ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก พร้อมเพื่อนๆ ซึ่งเดินทางมาสมัครจิตอาสา ด้านการแพทย์ กล่าวว่า เดินทางมาจากศาลายาตั้งแต่เก้าโมงเช้า เพราะอยากมาทำความดีเพื่อพ่อหลวง ซึ่งจนกระทั่งวันนี้ก็ยังไม่มีโอกาสได้ไปกราบพระบรมศพสักครั้ง เพียงแต่ได้นำอาหารไปแจกที่เต็นท์ในท้องสนามหลวง จึงคิดว่าหากไม่มีโอกาสก็ไปกราบก็ขอทำความดีอื่นๆตอบแทน โดยเลือกงานด้านการแพทย์เพราะพอมีความรู้อยู่บ้าง ดูอาการผู้ป่วยได้บ้าง หากมีคนเป็นลมหรืออย่างไรก็ส่งต่อได้ โดยหลังจากนี้ต้องดูว่าสามารถลางานมาร่วมเป็นจิตอาสาได้วันไหนบ้าง และจะทำอย่างเต็มที่ ถวายเป็นพระราชกุศลเป็นครั้งสุดท้าย

 

นางสาวณัฐญา (ขวา)​และเพื่อน
นายจักรกฤชและครอบครัว
บทความก่อนหน้านี้พสกนิกรหลั่งไหลเข้ากราบพระบรมศพ ‘ในหลวงร.9’ ก่อนปิด 5 ตุลาคม
บทความถัดไปสมาคมแบดใช้ ‘ฮอว์กอาย’ ตัดสิน 3 ศึกใหญ่ที่ไทยปีหน้า