เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 1 ตุลาคม ที่กองปราบปราม ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม.นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ พร้อมด้วย น.ส.กมลวรรณ จารุไพโรจน์ นักกีฬาเพาะกายหญิงทีมชาติไทยพร้อมด้วย นางสุนันท์ จารุไพโรจน์ และน.ส.พรพิมล จารุไพโรจน์ เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการกองปราบปราม ในกรณี ที่ถูกกลุ่มบุคคล, ร่วมกัน ข่มขู่ และถูกเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและในความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องโดยได้มีการนำคลิปเสียงที่มีเนื้อหาการสนทนาการเรียกรับผลประโยชน์มอมอบเป็นหลักฐานในการสืบสวนนำหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินการทางกฎหมาย
นางสุนันท์กล่าวก่อน เข้าเเจ้งความรัองทุกข์ว่า เดิมนั้นตนได้ทำการก่อสร้างปลูกอาคาร5หลังในจังหวัดสมุทรปราการเพื่อทำเป็นอพาร์ทเม้นให้เช่าเเละได้รู้จักกับเจ้าหน้าที่โยธาขององค์กรส่วนท้องถิ่นที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในเรื่องการโยธาในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งก็มีการปรึกษาหารือในการก่อสร้าง โดยผ่านการดูเเลเรื่องเเบบการก่อสร้างของเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว ซึ่งผู้รับเหมาที่รับงานก็เป็นคนของเจ้าหน้าที่โยธาที่ว่านี้จนการก่อสร้างเเล้วเสร็จในปี2552เเละได้ใบอนุญาติสร้างอาคารเสร็จในปี2556 หลังจากนั้น มีเจ้าหน้าที่ขององค์กรส่วนปกครองท้องถิ่นระดับปลัดอำเภอมาเรียกเงิน จาก 30,000 บาท เป็นค่าดำเนินการหลังสร้างอาคารเสร็จ ซึ่งตนก็บ่ายเบี่ยงเเละไม่ได้ให้เงินไป หลังจากนั้นก็มีการกลั่นเเกล้งจากเจ้าหน้าที่รัฐมาโดยตลอด มีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานมาตรวจสอบอาคาร ของกรมสอบสวนคดีพิเศษก็มาโดยมีการกล่าวหาว่าอาคารของเราสร้างไม่ถูกเเบบ ทั้งที่ อาคารของตนสร้างเสร็จมาได้ไม่ว่าจะการออกเเบบจนถึงได้ใบอนุญาตอาคาร ก็เพราะมาจากการดำเนินการของนายช่างโยธาของตำบลดังกล่าว เเต่พอคราวนี้กลับมาหาว่าอาคารไม่ถูกเเบบเเละล่าสุดในปีนี้ก็ได้มีคำสั่งทางปกครองมาติดที่อาคารของตนโดยมีคำสั่งให้รื้อถอนอาคารเนื่องจากก่อสร้างไม่ถูกเเบบซึ่งภายหลังจากมีคำสั่งดังกล่าวส่งมาก็มีการเรียกรับเงินเพื่อไม่ให้ต้องรื้อถอนอาคารเป็นเงินกว่า 20 ล้านบาท จนภายหลังลดราคาให้เหลือ 5 ล้านบาท ซึ่งตนก็ไม่ได้ให้ไปเพราะคิดว่าคนที่รับงานก่อสร้างเราเป็นนายช่างโยธาย่อมต้องรู้ว่าอาคารที่สร้างผิดเเบบหรือกฎหมายหรือไม่ เเต่ไม่เคยบอกตนพอมาตอนหลังมีคนเรียกมารับเงินพอไม่ให้มาบอกอาคารผิดเเบบ เรื่องนี้มีผู้เกี่ยวข้องหลายคนที่เจ้าหน้าที่รัฐตนจึงนำเรื่องมาเเจ้งกองปราบเพื่อความเป็นธรรมต่อไป
เมื่อถามว่าได้ดำเนินการใดหลังจากมีคำสั่งทางปกครองให้รื้ออาคาร นางสุนันท์ กล่าวว่าได้ยื่นฟ้องศาลปกครอง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเเละได้ยื่นขอคุ้มครองชั่วคราว เเต่ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งออกมา
เมื่อถามต่อว่ามาเเจ้งความให้เอาผิดใครบ้าง นางสุนันท์กล่าวว่า ขณะนี้ขอไม่ระบุชื่อเเต่นำพยานหลักฐานเป็นคลิปเสียงมาเพื่อให้เจ้าหน้าที่กองปราบดำเนินการสืบสวนสอบสวนเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนที่มีการทำเป็นขบวนการ
นายสงกรานต์กล่าวต่อว่า ภายหลังจากมาเเจ้งความรัองทุกข์กองปราบเพื่อดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเเล้ว ก็จะพาผู้เสียหายไปร้องกระทรวงมหาดไทยกรณีที่ผู้ที่กลั่นเเกล้งเป็นพนักงานปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป

