เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงกรณีการจัดซื้อยารวมภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติว่า นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อยารวม โดยมีปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานมีเลขาร่วมจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลราชวิถี และมีคณะกรรมการมาจากหลายภาคส่วน อาทิ สปสช. กระทรวงกลาโหม โรงเรียนแพทย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ภาคประชาชน ตัวแทนผู้ติดเชื้อ ผู้แทนโรงพยาบาลเอกชน ผู้แทนจากกรุงเทพมหานคร ผู้แทนกรมบัญชีกลาง เป็นต้น
๐“ได้กำชับให้ทุกพื้นที่ติดตามผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดเพื่อเฝ้าระวังและแก้ปัญหาอีกทางหนึ่งด้วย ปัญหาที่ห่วงใยจะเกิดการขาดยาสำหรับผู้ป่วยเอชไอวี เกิดในช่วงที่ระบบเดิมดำเนินการอยู่ สาเหตุมาจากบริษัทผู้ผลิตไม่ได้ส่งยาบางตัวและปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นมาก ทำให้ยาส่งหน่วยบริการลดลง เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในภาพรวมทุกสิทธิการรักษาไม่เฉพาะในโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และมีการแก้ไขปัญหาแล้ว โดยยืนยันไม่มีปัญหาการขาดยาแน่นอน รวมถึงน้ำยาฟอกไตและยาโรคไตในผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง ได้มีการดำเนินการจัดหาโดยวิธีการแบบเดิม ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการเรื่องการจัดซื้อยารวมภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นไปอย่างคล่องตัว ไม่มีปัญหาการขาดส่งยาในอนาคตได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 3 ชุด ประกอบด้วย 1.คณะทำงานชุดต่อรองราคา มีรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน 2.คณะทำงานชุดตรวจรับยา มีโรงพยาบาลราชวิถีเป็นประธาน และ3.คณะทำงานชุดติดตามประเมินผล มีอธิบดีกรมการแพทย์เป็นประธาน” นพ.เจษฎา กล่าว
นพ.โอภาส การย์กวินพงษ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในส่วนของคณะทำงานทั้ง 3 ชุด มีตัวแทนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันวางแนวทางการจัดซื้อยารวมภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้ดีขึ้น มีกลไกสำรองป้องกันปัญหายาขาด ซึ่งจากการประชุมหารือกำหนดแนวทาง ตัวแทนภาคประชาชน ตัวแทนผู้เอ็นจีโอ มีส่วนร่วมในการวางกลไกวิธีการแก้ปัญหาดังกล่าว รวมทั้งวางระบบติดตามถึงผู้ใช้เพิ่มเติมให้ทราบสถานะการรับยาที่รวดเร็วกว่าระบบเดิม

