เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 2 ตุลาคม ที่กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เดินทางเข้ากรมราชทัณฑ์มารับตำแหน่งอธิบดีในวันแรก พร้อมประกอบพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกรมราชทัณฑ์ ที่บริเวณศาลเจ้าพ่อเจตคุปต์เรือนจำกลางคลองเปรม มหาอำมาตย์ตรี พระยาชัยวิชิตวิศิษฐ์ธรรมธาดา (ชำ ณ ป้อมเพชร) อธิบดีกรมราชทัณฑ์คนแรก และศาลแม่พิกุล (แม่ไทรทอง/แม่ไทรทิพย์)
จากนั้น ได้เดินไปยังบริเวณบันไดทางขึ้นกรมราชทัณฑ์และเดินตรวจแถวกองเกียรติยศกรมราชทัณฑ์ โดยมีผู้บริหารกรมราชทัณฑ์รอให้การต้อนรับ ประกอบด้วย นายเรืองศักดิ์ สุวารี นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ นายกิตติพัฒน์ เดชะพหุล รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยผู้บัญชาการเรือนจำ 143 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ นางนวลพรรณ ล่ำซำ หรือมาดามแป้ง ยังเดินทางมาร่วมพิธีในครั้งนี้ด้วย
ต่อมาเวลา 13.00 น. พ.ต.อ.ณรัชต์ ได้เป็นประธานการประชุมเพื่อมอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ ผู้บัญชาการเรือนจำ และผู้อำนวยการทัณฑสถาน
พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า ปัญหาสำคัญของงานราชทัณฑ์ที่ต้องแก้ไข เช่น เรื่องผู้ต้องขังล้นคุก เนื่องจากมีกฎหมายที่มีโทษทางอาญาถึงขั้นจำคุกเป็นจำนวนมาก ทำให้การแก้ไขฟื้นฟูด้อยประสิทธิภาพ และยังไม่เห็นผลชัดเจนเท่าที่ควร นอกจากนี้ เรือนจำส่วนใหญ่มีสภาพเก่าและทรุดโทรม เนื่องจากมีอายุการใช้งานมานาน มีลักษณะเป็นโรงเรือน ทำให้ต้องควบคุมผู้ต้องขังแบบรวม

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวต่อว่า ประกอบกับจำนวนผู้ต้องขังที่มีมาก ทำให้อัตราส่วนของเจ้าหน้าที่ต่อการควบคุมผู้ต้องขังไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล จึงเกิดภาวะการณ์ดูแลผู้ต้องขังไม่ทั่วถึง ดังนั้น เมื่อผู้ต้องขังพ้นโทษออกมาส่วนหนึ่ง จึงย้อนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก ซึ่งจะพยายามแก้ไขปัญหาเหล่านี้ และพัฒนาปรับปรุงงานราชทัณฑ์ต่อไป โดยยึดนโยบาย 5 ก้าวย่างของพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มีกฎเหล็กเรื่องการห้ามมียาเสพติด โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของต้องห้ามต่าง ๆ มีการจัดระเบียบเรือนจำ ฝึกวินัย และสมาธิให้แก่ผู้ต้องขัง รวมทั้งสร้างการยอมรับของสังคมเมื่อผู้ต้องขังพ้นโทษ
พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวด้วยว่า อาจสรุปภารกิจของกรมราชทัณฑ์ ตั้งแต่ต้นจนจบเป็น 7 ก. คือ 1.กักขัง 2.แก้ไข 3.ยึดหลักกฎหมาย 4.วางกรอบ 5.กลั่นกรอง คือ การจำแนก จัดชั้นผู้ต้องขัง และการพัก/ลดการลงโทษ 6.ให้กำลังใจ และ 7.กลับตัว สำหรับทิศทางการบริหารงานราชทัณฑ์ที่จะดำเนินต่อไปภายใต้การบริหารของตน ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คือ การใช้แนวทาง 3 ส. ในการปฏิบัติหน้าที่ คือ สะอาด สุจริต และเสมอภาค

