เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่ห้องวิภาวดีบอลรูม โรงแรมเซนทารา แกรนด์แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวตอนหนึ่งในการเปิดงานการประชุมเรื่อง “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” กับ “หลักนิติธรรม” ครั้งที่ 1 “โลกาภิวัตน์ ทุนนิยมสุดโต่ง การเสพติด ผู้ต้องขังล้นเรือนจำ : ปัญหาและทางออก” จัดโดยสำนักกิจการในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ว่า การจัดการปัญหากระบวนการยุติธรรม และปัญหาสังคม กระทรวงยุติธรรมมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง สิ่งที่ทุกท่านได้ดูวีดิทัศน์เรื่อง “เงิน ยาเสพติด : ทางตันของปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำ” ซึ่งในมุมมองส่วนตัวเห็นว่าในขณะที่เรามีความจำเป็นต้องพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ขยายตัว เราจะใช้มาตรการปฏิบัติอย่างไรให้สังคมเราสู้กับการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ต้องเดินควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมด้วยกันได้ และได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงยุติธรรมนำเรื่องดังกล่าวไปสรุปเป็นข้อเสนอทางนโยบายต่อรัฐบาลต่อไป
นายวีระพล ตั้งสุวรรณ อดีตประธานศาลฎีกา กล่าวว่า ในการแก้ปัญหายาเสพติดต้องมี 3ใจ คือ 1.เข้าใจยาเสพติด 2.ความจริงใจในการแก้ปัญหา และ 3.ร่วมมือร่วมใจในการแก้ปัญหา โดยได้มีการวิเคราะห์บทบาทของหน่วยงานต่างๆ ต่อการแก้ปัญหา เช่น บทบาทของผู้บังคับใช้กฎหมายที่จะไม่แสวงหาผลประโยชน์ต่อผู้เสพ หรือผู้ติดยาเสพติด บทบาทของสื่อมวลชน ต่อการนำเสนอ และเผยแพร่ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง บทบาทของสังคม ที่จะลดอคติต่อผู้เสพ
พระไพศาล วิสาโล กล่าวว่า ศาสนธรรม หมายถึง ความดี และความสุขที่ยั่งยืนเป็นอิสระจากวัตถุและเงินตรา ดังนั้น ในการแก้ปัญหายาเสพติด ต้องเปิดพื้นที่ให้ศาสนธรรมเข้ามามีบทบาทร่วมกับการใช้วิชาการและข้อเท็จจริงทั้งสองระดับ ได้แก่ 1. ระดับปัจเจกด้วยการทำให้คนมีสติ และเป็นสุขจากภายใน โดยไม่พึ่งวัตถุภายนอก และ 2.ระดับมหภาคด้วยการทำให้เป็นระบบในสังคม และในระบบเศรษฐกิจก็ควรให้ความสำคัญกับระบบมนุษยธรรมมากกว่าวัตถุ
นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ กล่าวว่า ในการแก้ปัญหาคนล้นเรือนจำ คนในสังคมต้องมีความกล้าหาญทางคุณธรรม จริยธรรม เพื่อร่วมกันทำลายโครงสร้างของสังคมที่อยุติธรรม ให้เป็นสังคมที่ยุติธรรมด้วย “อภัยทาน” คือ การเอาชนะความกลัวในตนเองจนพ้นจากโลภโกรธ หลง แล้วเราจะให้อภัยผู้อื่น เห็นเค้าเป็นเพื่อนมนุษย์ เป็นกัลยาณมิตรต่อกัน อย่างกรณีเพื่อนร่วมทุกข์ในเรือนจำ จากนั้นเรือนจำก็จะกลายเป็นโรงเรียน สร้างคนดีคืนสู่สังคม ปัญหาคนล้นคุกจะหมดไป ดังนั้น เราจะเห็นว่าโลกาภิวัฒน์ ทุนนิยม ภาวะคนล้นเรือนจำ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นสิ่งที่ต่อเนื่องสัมพันธ์กัน การเสพติดมีความหมายที่กว้างกว่ายาเสพติด เป็นสิ่งที่ทุกคนในสังคมน่าจะพึงรับรู้ รับทราบว่า หากเสพติดไม่ว่าอะไรที่มากไป ไม่อยู่บนพื้นฐานของความพอดี หรือเป็นแบบสุดโต่งย่อมทำให้เกิดผลเสียต่อตนเอง และสังคม




