หน้าแรก ในประเทศ ข้อสรุป-สูตร ...

ข้อสรุป-สูตร เกลี่ย-แต่งตั้ง พนักงานสอบสวน ‘พงศพัศ’เปิดดราฟต์ กฎ ก.ตร.คงเงินพิเศษ

13.03.16 | 13:13 น.

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ในฐานะประธานคณะทำงานพิจารณาปรับปรุงการกำหนดและตัดโอนตำแหน่งพนักงานสอบสวน เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการ ก.ตร.บริหารทรัพยากรบุคคลเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะทำงานพิจารณาปรับปรุงการกำหนดและตัดโอนตำแหน่งพนักงานสอบสวนแล้ว โดยในการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ ได้หยิบยกข้อมูลมาพิจารณาในทุกมิติ

รวมทั้งความเห็นของพนักงานสอบสวนในระดับต่างๆ และข้อเสนอของสมาคมพนักงานสอบสวนด้วย โดยมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับประสิทธิภาพของพนักงานสอบสวน ซึ่งคณะทำงานได้ชี้แจงรายละเอียดในทุกประเด็น รวมทั้งชี้ให้เห็นถึงการทำงานของฝ่ายต่างๆ ในสถานีตำรวจ ซึ่งจะต้องทำงานอย่างบูรณาการและสนับสนุนการทำงานของฝ่ายสอบสวนให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้การคลี่คลายคดีเป็นไปด้วยความถูกต้องรวดเร็ว มีการรวบรวมพยานหลักฐานได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากส่วนงานนิติวิทยาศาสตร์อย่างเต็มที่ สามารถนำข้อมูลทางคดีที่เกิดขึ้นไปใช้เป็นพื้นฐานในการกำหนดมาตรการในงานด้านการป้องกันอาชญากรรมในแต่ละพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นด้วย

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า สำหรับในส่วนที่เป็นข้อกังวลของข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจกว่า 100 แห่ง ที่เกรงว่าจะมีการยกฐานะสถานีตำรวจเหล่านั้นให้เป็นระดับ ผกก. และกำหนดตำแหน่งให้พนักงานสอบสวนเข้ามาทำหน้าที่หัวหน้าสถานีตำรวจแทน ซึ่งเป็นการปิดกั้นความเจริญก้าวหน้านั้น ไม่มีนำเสนอในเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการ ก.ตร.แต่อย่างใด และเป็นคนละส่วนกัน เนื่องจากการยกฐานะสถานีตำรวจในแต่ละแห่งนั้น จะมีกฎเกณฑ์การพิจารณาที่รอบคอบและมีปัจจัยต่างๆ ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องพิจารณาดำเนินการต่อไปตามเหตุผลและความจำเป็นที่เกิดขึ้น

“ในส่วนของสิทธิประโยชน์ที่พนักงานสอบสวนกังวลใจนั้น คณะอนุกรรมการ ก.ตร.ได้มีมติเห็นชอบกับร่างระเบียบ ก.ตร. ว่าด้วยเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษสำหรับตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวน จำนวน 2 ฉบับ ตามที่คณะทำงานเสนอ ซึ่งจะมีผลทำให้ตำแหน่งข้าราชการตำรวจในระดับ ผกก. และ รอง ผกก.มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษสำหรับตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวน ซึ่งหลังจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้นำเสนอกระทรวงการคลังพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป” รอง ผบ.ตร.ระบุ

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวต่อไปว่า ในส่วนของการกำหนดและตัดโอนตำแหน่งพนักงานสอบสวนนั้น คณะอนุกรรมการ ก.ตร.บริหารทรัพยากรบุคคล ได้มีมติให้มีการกำหนดและตัดโอนตำแหน่งพนักงานสอบสวนทั่วประเทศรวม 10,428 ตำแหน่ง โดยในส่วนแรกเป็นการกำหนดตำแหน่งพนักงานสอบสวนระดับ ผบก. จำนวน 14 ตำแหน่ง ซึ่งคณะอนุกรรมการ ก.ตร.ได้อนุมัติให้กำหนดเป็นตำแหน่ง ผบก. ประจำ สง.ผบ.ตร. ซึ่งตำแหน่งในส่วนนี้จะต้องนำเสนอ ก.ตร. และ ก.ต.ช.พิจารณาต่อไป

Advertisement

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า สำหรับตำแหน่งของพนักงานสอบสวนระดับ รอง ผบก. จำนวน 34 ตำแหน่ง คณะอนุกรรมการ ก.ตร.บริหารทรัพยากรบุคคล ได้อนุมัติให้กำหนดเป็นตำแหน่ง รอง ผบก.เพิ่มเติมในจังหวัดที่มีการเจริญเติบโตของความเป็นเมืองมากขึ้น รวมทั้งมีแนวโน้มของสถิติอาชญากรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย รวม 34 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท ปราจีนบุรี นครนายก บุรีรัมย์ ยโสธร ชัยภูมิ อำนาจเจริญ นครพนม เลย กาฬสินธุ์ มุกดาหาร บึงกาฬ หนองบัวลำภู แพร่ พะเยา ลำพูน แม่ฮ่องสอน กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร อุทัยธานี สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม ระนอง กระบี่ ชุมพร พังงา สตูล ตรัง และพัทลุง

ส่วนพนักงานสอบสวนระดับ ผกก. จำนวน 791 ตำแหน่ง คณะอนุกรรมการ ก.ตร.มีมติกำหนดและตัดโอนตำแหน่งให้กับกลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ภ.1-9 และ ศชต. 435 ตำแหน่ง กลุ่มงานสอบสวนภูธรจังหวัดต่างๆ 186 ตำแหน่ง กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น. บก.น.1-9 และ บก.จร.104 ตำแหน่ง กลุ่มงานสอบสวน บช.ก. 50 ตำแน่ง กลุ่มงานสอบสวน บช.ปส. 12 ตำแหน่ง และกลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. 4 ตำแหน่ง

สำหรับพนักงานสอบสวนระดับ รอง ผกก. สว. และ รอง สว. จำนวน 101,460 ตำแหน่ง คณะอนุกรรมการ ก.ตร.ได้อนุมัติให้ทำหน้าที่สอบสวนในตำแหน่งเดิมและให้อยู่ในสังกัดเดิมทั้งหมด ซึ่งจะมีผลให้พนักงานสอบสวนที่ทำหน้าที่สอบสวนในสถานีตำรวจต่างๆ ทั่วประเทศสามารถทำหน้าที่ต่อไป โดยเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่ไม่ต้องการให้พนักงานสอบสวนในระดับสถานีตำรวจมีการโยกย้าย และต้องการให้การสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในสำนวนคดีต่างๆ เกิดความต่อเนื่อง ไม่กระทบต่อการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนในพื้นที่

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า การดำเนินการเกี่ยวกับการกำหนดและตัดโอนตำแหน่ง รวมทั้งในเรื่องของสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของผู้ทำหน้าที่ในตำแหน่งพนักงานสอบสวน ถือว่าเสร็จสิ้นตามกระบวนการแล้ว จากนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ก็จะได้ดำเนินการแต่งตั้งตัวบุคคลไปดำรงตำแหน่งในตำแหน่งต่างๆ ที่คณะอนุกรรมการ ก.ตร.ได้มีมติอนุมัติและเห็นชอบไว้ “การดำเนินการทั้งหมดนี้แม้จะต้องใช้ระยะเวลาไปบ้าง แต่ก็มีความจำเป็น เนื่องจากจะต้องกระทำด้วยความรอบคอบ และเป็นนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธาน ก.ตร. และ ผบ.ตร. ที่ต้องการให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกๆ ฝ่ายและในทุกมิติ ซึ่งเชื่อว่าการดำเนินการทั้งหมดนี้ พนักงานสอบสวนในทุกระดับจะมีความพึงพอใจและมุ่งมั่นอุทิศตน ยืนหยัดทำงานด้านการสอบสวนต่อไปอย่างเต็มที่ ทั้งนี้เพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมในเบื้องต้นให้กับประชาชน เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามที่ทุกฝ่ายได้ตั้งความหวังไว้” พล.ต.อ.พงศพัศกล่าว

ในส่วนของสิทธิประโยชน์ที่พนักงานสอบสวนกังวลใจเช่นเดียวกันนั้น รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า คณะอนุกรรมการ ก.ตร.ได้มีมติเห็นชอบกับร่างระเบียบ ก.ตร.ว่าด้วยเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษสำหรับตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวน จำนวน 2 ฉบับ ตามที่คณะทำงานเสนอ ซึ่งจะมีผลทำให้ตำแหน่งข้าราชการตำรวจที่ทำหน้าที่ด้านสอบสวนได้รับเงินเพิ่มในทุกระดับ โดยในระดับ รอง ผบก. และ ผกก. หรือเทียบเท่า จะได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งผู้ทำหน้าที่สอบสวนคดีเดือนละ 25,000 บาท และ 20,800 บาท ตามลำดับ สำหรับในตำแหน่ง รอง ผกก. สว. และ รอง สว.หรือเทียบเท่า จะได้รับเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ สำหรับตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวน โดย รอง ผกก. จะได้รับเงินเพิ่มเดือนละ 17,300 บาท สว.จะได้รับเดือนละ 14,400 บาท และระดับ รอง สว.จะได้รับเดือนละ 12,000 บาท ซึ่งหลังจากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้นำเสนอกระทรวงการคลังพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป