ความคืบหน้าเหตุคนร้าย 4-5 คน สวมหมวกไอ้โม่ง ก่อเหตุปล้นทรัพย์เงินสกุลเยนจำนวน 197.96 ล้านเยนคิดเป็นเงินประมาณ 60 ล้านบาท พร้อมรถยนต์กระบะฟอร์ด ทะเบียน ป้ายแดง ส 5178 กทม.เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา ที่ลานจอดรถชั้น 5 อาคารรัชดา พาเวลเลี่ยน ซอยรัชดาภิเษก 30 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม.
เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม รายงานข่าวจากชุดสืบสวนสอบสวนแจ้งว่าจากการสอบปากคำนายกิตติพงษ์ พึ่งยิ้ม และนายจิรภัสส์ พิทักษ์กิจวัฒน์ คนขับรถบรรทุกเงิน ขณะเกิดเหตุทราบว่า หลังจากรับเงินมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อนำเงินมาให้นายภัทริศ หรือโตโต้ แต้รัตนชัย อายุ 34 ปี เจ้าของธุรกิจจิวเวลลี ที่ห้องพักในรัชดาพาวิเลี่ยน ระหว่างทางไม่ได้จอดที่ไหนเลย เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่า คนร้ายน่าจะดักรถเหยื่ออยู่ที่ลานจอดรถชั้น5 ไม่ได้ขับรถตามเหยื่อมาแต่อย่างใด รวมทั้งคนร้ายปล้นเอาคีย์การ์ดเพื่อใช้หลบหนีออกจากอาคารไปด้วย โดยชุดสืบสวนประสานทุกสน.ติดตามหารถกระบะ และตรวจสอบร้านแลกเงินต่างประเทศ ย่านประตูน้ำ ย่านอินทรา และย่านหลังการบินไทย เนื่องจากคนร้ายอาจนำเงินไปแลก
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า เจ้าหน้าที่สงสัยว่าคนร้ายอาจเป็นคนในหรือเกลือเป็นหนอน เพราะรู้เวลาและสถานที่ส่งเงินจึงมาดักรอ ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบรายชื่อผู้ที่อยู่ในไลน์กลุ่มของพนักงานลูกจ้างของนายภัทริศ รวม9คน รวมทั้งมีผู้ติดต่อประสานกับชาวญี่ปุ่นอีก2คน เนื่องจากระหว่างทางมีผู้ที่อยู่ในกลุ่มสอบถามตลอดทางว่า ขับรถถึงไหนใกล้ถึงคอนโดมิเนียมหรือยัง นอกจากนี้จากการสอบสวนทราบว่า นายภัทริศ เคยให้ลูกจ้างขนเงินสดจำนวนมากขนาดนี้มาแล้ว1ครั้ง เนื่องจากไม่ต้องเสียส่วนต่างให้กับธนาคาร สามารถนำไปแลกเงินได้ทันที ต่อรองราคาได้ รวมทั้งไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบธนบัตร นอกจากนี้ชุดสืบสวนเชื่อว่า คนในมีส่วนรู้เห็นเนื่องจากตรวจสอบได้เบาะแสว่า คนร้ายทั้ง 5 คน มาดักรออยู่ที่ลานจอดรถชั้น 5 ก่อนแล้ว เนื่องจากพบก้นบุหรี่ของคนร้ายทิ้งไว้บริเวณที่เกิดเหตุ 3 ยี่ห้อ โดย 1 ใน 3 ยี่ห้อ เป็นบุหรี่ยี่ห้อดังราคาแพง ผลิตในประเทศญี่ปุ่น ไม่มีขายในเมืองไทย และพบว่าเป็นยี่ห้อเดียวกับที่ผู้เสียหายสูบด้วย เจ้าหน้าที่จึงเก็บไปตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอ

