เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จัดโครงการ “BE AWARE BREAST CANCER: สานต่อสู้ภัยมะเร็ง” โดยเชิญชวนสตรีไทยรณรงค์สู้ภัยมะเร็งเต้านม และรวมน้ำใจคนไทยเพื่อผู้ป่วยมะเร็งด้วยการร่วมบริจาคและรับผ้าพันคอ Let’ Beat Breast Cancer Together Designed by ISSUE สมทบทุนโครงการสานต่อที่พ่อให้ทำ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งด้อยโอกาส โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระกุศลเนื่องในโอกาสที่ ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ สืบสานการดำเนินงานตามพระปณิธานในการเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคมะเร็งที่ดูแลรักษาและส่งเสริมการป้องกันภัยมะเร็งให้กับประชาชน
ภายในงานยังมีเวทีเสวนาให้ความรู้ “สู้ภัย..มะเร็งเต้านม” กับทีมแพทย์ศูนย์เต้านม รพ.จุฬาภรณ์ โดย พล.ต.รศ.นพ.วิชัย วาสนสิริ ผู้อำนวยการศูนย์เต้านม รพ.จุฬาภรณ์ และนายกสมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันโรคมะเร็งเต้านมพบมากเป็นอันดับ 1 ของผู้หญิง โดยเฉลี่ยประมาณ 28 คนต่อผู้หญิงแสนคน หรือในกทม.จะพบประมาณ 30 คนต่อผู้หญิงแสนคน ซึ่งจริงๆหากเทียบกับต่างประเทศ อย่างยุโรป หรือทางสหรัฐอเมริกาจะอยู่ที่ประมาณ 150-200 คนต่อผู้หญิงแสนประชากร ขณะทีประเทศไทยน้อยกว่ามาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าต้องประมาท เพราะโรคนี้สูงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ 15 ปีก่อนพบเพียง 15 คนต่อผู้หญิงแสนประชากร แต่ปัจจุบันกลับสูงขึ้นประมาณเกือบ 30 คนต่อแสนประชากร ซึ่งปัจจัยมีหลายอย่างทั้งการดำเนินชีวิต พฤติกรรม อายุ และพันธุกรรม แต่ปัจจัยด้านพันธุกรรมน้อยมากพบไม่ถึงร้อยละ 5
“หลายคนเข้าใจผิดว่า ถ้าอายุมากแล้วคงไม่เป็นมะเร็งเต้านม จริงๆไม่ใช่ อายุเยอะยิ่งพบได้ แต่ยังมีปัจจัยเรื่องฮอร์โมนเอสโตรเจน อย่างประจำเดือนหมดช้า หมดเร็วก็มีความเสี่ยง แต่จริงๆ อายุน้อยเราก็พบ อย่างในต่างประเทศจะพบเฉลี่ยอายุ 55 ปีขึ้นไป แต่สำหรับประเทศไทย เกาหลี ญี่ปุ่น หรือในแถบเอเชียจะพบในอายุเฉลี่ย 45-50 ปี น้อยสุดมีอายุ 40 ปีก็มี สรุปได้คือปัจจัยก่อนโรคมะเร็งมีมาก การสังเกตอาการจึงดีที่สุดในการป้องกันและรักษาได้รวดเร็ว โดยการคลำพบก้อนเนื้อก็ควรมาพบแพทย์ดีที่สุด ส่วนอาการเจ็บหน้าอก คัดเต้านมนั้น ส่วนใหญ่ไม่ใช่ อย่างคนไข้ที่มารักษาที่ รพ.ด้วยอาการเจ็บหน้าอก 90-95%และความเข้าใจว่าคนหน้าอกเล็กจะไม่เสี่ยงป่วยมะเร็งเต้านมก็ไม่ใช่เช่นกัน” พล.ต.รศ.นพ.วิชัย กล่าว
พญ.สุดารัตน์ ชัยเพียรเจริญกิจ ศัลยแพทย์สาขาศัลยศาสตร์มะเร็งวิทยา รพ.จุฬาภรณ์ กล่าวว่า การตรวจคัดกรองความเสี่ยงและการค้นพบปัญหาตั้งแต่แรกเริ่มจะสามารถช่วยรักษาชีวิตของผู้ป่วยได้ ดังนั้น ควรหมั่นตรวจเต้านมด้วยการคลำเต้านมทุกๆ เดือน และหากอายุประมาณ 40-45 ปีขึ้นไปก็ควรมาตรวจแมมโมแกรม นอกจากนี้ สำหรับผู้หญิงที่ทานฮอร์โมนมากกว่า 5 ปีก็จะมีความเสี่ยงได้ แต่ก็ถือว่าน้อยมาก โดยพบมากกว่าคนปกติ 1.1-2 เท่า ที่พบมากขึ้นเพราะใส่ใจตัวเองมีการคัดกรองมากขึ้น ส่วนผู้หญิงแต่งงานแล้วมีบุตรช่วยลดปัจจัยเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมได้ มากกว่าผู้หญิงโสด หรือผู้หญิงแต่งงานแล้วแต่ไม่มีลูก เนื่องจากการให้นมบุตรช่วยลดฮอร์โมนเอสโตรเจนลงได้ ส่วนการศัลยกรรมทรวงอกยังไม่มีงานวิจัยว่าทำให้เป็นมะเร็งเต้านมได้ เช่นเดียวกับขนาดเล็กหรือใหญ่ก็เช่นกัน มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมได้หมด
“สำหรับปัจจัยเสี่ยงบางอย่างก็ไม่สามารถป้องกันได้ อย่างการมีสามี เพราะคนโสดมีความเสี่ยง หรือการมีลูกจะลดความเสี่ยงได้ รวมไปถึงการมีประจำเดือนที่ไม่ปกติ มาเร็ว มาตั้งแต่อายุน้อย ก็เป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ แต่ปัจจัยที่ดูแลตัวเองได้ คือ การดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี ออกกำลังกาย กินอาหารให้มีประโยชน์ และหมั่นตรวจเต้านม ตรวจคัดกรองก็จะช่วยได้” พญ.สุดารัตน์กล่าว
ทั้งนี้ สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ประสงค์จะร่วมรณรงค์สู้ภัยมะเร็งเต้านมและร่วมเป็นหนึ่งพลังในการต่อลมหายใจช่วยผู้ป่วยมะเร็งด้อยโอกาส สามารถร่วมบริจาคสั่งซื้อผ้าพันคอ Let’ Beat Breast Cancer Together Designed by ISSUE ในราคา 800 บาท ได้ที่ facebook.com/chulabhornhospital หรือที่ รพ.จุฬาภรณ์ หรือสามารถร่วมบริจาคสมทบทุนได้ที่บัญชี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (โครงการสานต่อที่พ่อให้ทำ เพื่อผู้ป่วยมะเร็งด้อยโอกาส) ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 407-985846-8 ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 229-4152-588 หรือกด *948*9060*100# โทรออก ผ่านมือถือเครือข่ายทรูมูฟเอช สำหรับการบริจาค 100 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0-2576-6833-6 ในวันและเวลาราชการ

