วันที่ 5 ตุลาคม 2560 ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีการจะยื่นคำขอลี้ภัยในประเทศอังกฤษว่า การจะยื่นลี้ภัยนั้นจะต้องมีเหตุผลสำคัญว่าไม่สามารถเดินทางกลับไปประเทศของตนได้เพราะเกรงกลัวว่าจะถูกดำเนินคดี ซึ่งอาจเป็นการดำเนินคดีในเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้ เชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ ความคิดเห็นทางการเมือง หรือสิ่งอื่นใดที่จะทำให้ผู้ยื่นคำขอลี้ภัยอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีอันมีเหตุเนื่องมาจากสังคม วัฒนธรรม ศาสนา หรือสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ เป็นต้น โดยจะสามารถยื่นคำขอลี้ภัยได้ทันทีที่เดินทางมาถึงประเทศอังกฤษ
ดร.ธนกฤตกล่าวต่อว่า ขั้นตอนจะต้องผ่านกระบวนการสัมภาษณ์จากเจ้าหน้าที่อังกฤษเพื่อสอบถามถึงเหตุผลในการที่ขอลี้ภัย เช่น ถ้าเดินทางกลับไปประเทศของตนแล้ว ผู้ยื่นคำขอลี้ภัยจะถูกดำเนินคดีอย่างไร ทำไมถึงเกรงกลัวที่จะเดินทางกลับไปประเทศของตน และเจ้าหน้าที่จะพิจารณาตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ยื่นคำขอลี้ภัยในประเทศอังกฤษมีสิทธินำนักกฎหมาย เช่น ทนายความเข้าไปพร้อมตนในการสัมภาษณ์ด้วยได้ และในการยื่นคำขอลี้ภัยในประเทศอังกฤษ ต้องมีหลักฐานแสดงถึงสถานที่ที่จะใช้เป็นที่พักอาศัยในประเทศอังกฤษด้วย อาจเป็นที่พักอาศัยของตนเองหรือเป็นของบุคคลอื่นที่ยินยอมให้พักอาศัยก็ได้
ดร.ธนกฤตกล่าวอีกว่า สำหรับคำขอลี้ภัยในประเทศอังกฤษ จะไม่ได้รับการพิจารณาหากเป็นคำขอลี้ภัยของผู้ที่มาจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และกรณีที่ได้ยื่นคำขอลี้ภัยในประเทศสหภาพยุโรปอื่นก่อนแล้วจะเดินทางมาถึงประเทศอังกฤษ ตรงนี้จะมาขอลี้ภัยในประเทศอังกฤษอีกไม่ได้ โดยผู้ยื่นคำขอลี้ภัยสามารถระบุในคำขอลี้ภัยของตนเพื่อขอลี้ภัยให้คู่สมรสและบุตรที่อายุต่ำกว่า 18 ปีด้วยก็ได้ หากคู่สมรสและบุตรอยู่กับผู้ยื่นคำขอลี้ภัยในประเทศอังกฤษในขณะยื่นคำขอลี้ภัย หรือคู่สมรสและบุตรจะเลือกที่จะยื่นคำขอลี้ภัยต่างหากก็ได้
ดร.ธนกฤตกล่าวด้วยว่า ปกติแล้วการพิจารณาคำขอลี้ภัยจะใช้ระยะเวลา 6 เดือน เว้นแต่เป็นกรณีที่มีความยุ่งยากซับซ้อนก็อาจนานกว่านั้น ความล่าช้าอาจเกิดได้จากการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์ที่อาจต้องดำเนินการหลายครั้ง การตรวจสอบสถานภาพเฉพาะบุคคลของผู้ยื่นคำขอลี้ภัย เช่น มีประวัติว่าอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีอาญา หรือมีประวัติต้องโทษตามคำพิพากษาของศาลหรือไม่ อย่างไรก็ตาม คำขอลี้ภัยของบางรายอาจได้รับการพิจารณาที่เร็วกว่านั้นก็ได้ เช่น มีกรณีที่คำขอลี้ภัยบางรายได้รับการพิจารณาเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาเพียงแค่ 22 วัน
ดร.ธนกฤตกล่าวอีกว่า ส่วนในกรณีที่คำขอลี้ภัยได้รับการปฏิเสธจากกระทรวงมหาดไทยของประเทศอังกฤษ ผู้ยื่นคำขอลี้ภัยสามารถยื่นอุทธรณ์คำวินิจฉัยของกระทรวงมหาดไทยต่อศาลอังกฤษได้
เเต่ถ้าหากได้รับอนุญาตให้ลี้ภัยในประเทศอังกฤษได้เเล้ว ผู้ยื่นคำขอลี้ภัยรวมทั้งคู่สมรสและบุตรจะได้รับอนุญาตให้ลี้ภัยอยู่ในประเทศอังกฤษเป็นระยะเวลา 5 ปี หลังจากพ้นระยะเวลา 5 ปีแล้ว หากผู้ลี้ภัยยังสามารถแสดงให้เห็นว่าตนเองยังคงมีความเกรงกลัวที่จะต้องถูกดำเนินคดีหากเดินทางกลับไปประเทศของตนอยู่อีก ผู้ลี้ภัยก็สามารถยื่นคำขอมีถิ่นพำนักในประเทศอังกฤษได้
“อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ผู้ยื่นคำขอลี้ภัยคนใดจะไม่ได้รับอนุญาตให้ได้รับสถานะผู้ลี้ภัยในประเทศอังกฤษเนื่องจากมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประเทศอังกฤษกำหนดไว้ ผู้ยื่นคำขอลี้ภัยคนนั้นรวมทั้งคู่สมรสและบุตรก็อาจได้รับอนุญาตให้พำนักอาศัยในประเทศอังกฤษด้วยเหตุผลทางด้านมนุษยธรรมเพื่อให้ได้รับการคุ้มครองเป็นระยะเวลา 5 ปี และเมื่อพ้น 5 ปีแล้วก็สามารถยื่นคำขอมีถิ่นพำนักในประเทศอังกฤษได้เช่นเดียวกัน” ดร.ธนกฤตกล่าว
ดร.ธนกฤตกล่าวด้วยว่า โดยปกติแล้วการพิจารณาอนุญาตให้ได้รับสถานะผู้ลี้ภัยในประเทศอังกฤษมีความเข้มงวดและซับซ้อนมาก และเป็นการยากมากที่จะได้รับสถานะผู้ลี้ภัยในประเทศอังกฤษ โดยคำขอลี้ภัยจำนวนมากได้รับการปฏิเสธ ในปี 2559 คำขอลี้ภัยในสหราชอาณาจักร (รวมประเทศอังกฤษด้วย) จำนวนร้อยละ 28 เท่านั้นที่ได้รับการอนุญาตให้ได้รับสถานะผู้ลี้ภัยในการพิจารณาขั้นต้น ในขณะที่คำขอลี้ภัยในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และประเทศฟินแลนด์ มากกว่าร้อยละ 70 ได้รับอนุญาตให้ได้รับสถานะผู้ลี้ภัย ซึ่งสูงกว่าสหราชอาณาจักรมาก

