ฟันวินัย’พ.ต.อ.’พา’ปู’หนี ‘รองผบช.น.’สรุปเสียหายร้ายแรง ชง’ผบช.น.’ตั้งกรรมการชี้โทษ’ตัดเงินเดือน-ให้ออก’

9.10.17 | 15:42 น.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนข้อเท็จจริงเอาผิดทางวินัยกับ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 ที่เกี่ยวข้องกับการพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีไม่ไปฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว ว่า ผลสรุปการสืบสวนข้อเท็จจริง ประเด็นที่ต้องพิจารณามีทั้งหมด 2 ประเด็น คือ เรื่องของใช้รถและใช้ป้ายทะเบียนปลอม มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ และเรื่องที่พา น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปที่ อ.อรัญประเทศ ในความผิดทางคดีอาญา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์แล้วว่าดีเอ็นเอที่ตรวจมีสิ่งเจือปนจำนวนมาก ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าผู้หญิงที่นั่งในรถเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์หรือไม่ นอกจากนี้จากคำชี้แจงของ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ในครั้งหลัง ไม่ยอมรับว่าผู้หญิงที่นั่งในรถคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ตรงกับคำให้การในครั้งแรกของ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ที่ให้ไว้กับนายทหารรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าผู้หญิงที่นั่งในรถ คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ คณะกรรมการมีความเห็นว่าไม่น่ารับฟัง และเชื่อในการสอบปากคำครั้งแรก

พล.ต.ต.ภาณุรัตน์กล่าวต่อว่า จึงมีข้อสรุปผลการสอบข้อเท็จจริงเพื่อชี้มูลคดี จากการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ผลการตรวจพิสูจน์แผ่นป้ายทะเบียนรถและภาพจากกล้องวงจรปิด คณะกรรมการมีมติว่า พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์มีความผิดวินัยข้าราชการตำรวจ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2517 มาตรา 78(1) ไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตและเที่ยงธรรม เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี จรรยาบรรณของตำรวจ และนโยบายของรัฐบาลโดยไม่ให้เสียหายแก่ราชการ ประกอบมาตรา 79(6) การกระทำของ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ผู้ถูกกล่าวหา ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการอย่างร้ายแรง คณะกรรมการวินัยร้ายแรงจะเสนอเรื่องให้ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รรท.ผบช.น.พิจารณาตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินคดีทางวินัยกับ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ต่อไป

พล.ต.ต.ภาณุรัตน์กล่าวอีกว่า สำหรับผลของคดีวินัยจะขึ้นอยู่กับคณะกรรมการคดีทางวินัย อัตราโทษมีหลายอย่างตั้งแต่ตัดเงินเดือน กักขัง กักยาม ปลดออก และให้ออก ในส่วนของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาในเรื่องของคดีอาญา ขั้นตอนต่อไปจะเชิญ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์มารับทราบข้อกล่าวหาทางวินัยในวันที่ 10 ตุลาคม