เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 9 ตุลาคม ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมป์ นายดำรงศักดิ์ เครือแก้ว อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ สภาทนายความ เปิดเผยความคืบหน้าคดีหมายเลขแดงที่ 342/2549 ที่นางอุษา โสมะเกิด กับพวกรวม 5 คน เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายบุญทัย โคตรวรรณ คนขับรถพ่วงกับพวก เจ้าของบริษัทรถพ่วงเเละประกันภัยรวม 3 คน เป็นจำเลย ที่นายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ อดีตทนายความโจทก์ เคยยื่นคำร้องขอสละสิทธิ์ของโจทก์ในการบังคับคดีชดใช้เงิน 5 ล้านบาท หลังจากที่ศาลจังหวัดไชยา จ.สุราษฎร์ธานี พิพากษาให้ บริษัท น นนท์ อินเตอร์เทรดประเทศไทย ผู้ประกอบกิจการขนส่งรถป้ายแดงส่งโชว์รูม จำเลย กับพวกรวม 3 คน แพ้คดีฐานทำละเมิดที่ขับรถชนนายอรุณรัตน์ แก้วผ่อง เสียชีวิต และบุคคลอื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องจ่ายเงินให้ น.ส.พรทิพย์ จันทรัตน์ ภรรยานายอรุณรัตน์ และ ด.ญ.ภัทรดา แก้วผ่อง หรือน้องบีม อายุ14ปี บุตรนายอรุณรัตน์ ที่พิการต้องนั่งวีลแชร์ กับพวกรวม 5 คน ตั้งแต่ปี 2548 โดยแท้จริงแล้วน้องบีมกับมารดา ไม่เคยได้รับเงินตามคำพิพากษา และชีวิตต้องตกระกำลำบาก จึงยื่นคำร้องเข้าไปในคดีเดิม เพื่อร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนคำสั่งรับคำร้องขอสละสิทธิ์การบังคับคดีแล้วขอออกคำบังคับคดี โดยตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเอากับบริษัทจำเลย เพื่อให้มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนอย่างแท้จริงต่อไปนั้น
นายดำรงศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้ศาลนัดไต่สวนคำร้องฝ่ายโจทก์ทั้ง5 ทนายจำเลยมาขอเลื่อนคดี อ้างติดว่าความที่ศาลอื่น แต่ศาลเห็นว่าคดีขอเพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้สละสิทธิ์การบังคับคดีนั้นอ้างว่าชำระเงินครบถ้วนแล้ว รูปคดีพอวินิจฉัยได้ ให้งดการไต่สวน และให้เพิกถอนการสละสิทธิได้ ส่วนคำร้องอีกฉบับที่โจทก์ขอตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อดำเนินการตามคำพิพากษา คดีมีประเด็นพิพาทว่า โจทก์ได้รับเงินไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นหรือไม่ ฝ่ายโจทก์บอกว่ายังไม่ได้ ฝ่ายจำเลยว่าจ่ายแล้ว จึงต้องมีการไต่สวน และเพื่อเปิดโอกาสให้ต่อสู้คดีกันเต็มที่ ให้เลื่อนการไต่สวนเป็นวันที่ 27 พฤศจิกายน เวลา 10.00 น.
อุปนายกสภาทนายความ กล่าวต่อว่า การที่ศาลสั่งงดการไต่สวน และเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ นับว่าเป็นผลดีต่อฝ่ายน้องบีม เพราะเดิมนายพิสิษฐ์ ร้องขอสละสิทธิ์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2557 ว่าฝ่ายน้องบีมได้รับชำระหนี้จนเป็นที่พอใจแล้ว และไม่ติดใจเรียกร้องใดๆ ทางสภาทนายความเห็นว่าที่นายพิสิษฐ์ไปยื่นคำร้องในลักษณะดังกล่าว และศาลในคดีเดิมได้สั่งรวมการพิจารณาไว้ไม่น่าจะมีผลเป็นอย่างหนึ่งอย่างใด และที่แท้จริงนายพิสิษฐ์ยังไม่เคยนำเงินมาจ่ายแก่ฝ่ายน้องบีม จึงชอบที่ฝ่ายน้องบีมโดยสภาทนายความ จะร้องขอให้มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาต่อไป
ด้าน ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ เปิดเผยว่า สรุปว่าวันนี้ ศาลให้บังคับคดีได้แล้ว แต่บริษัทจำเลยจ่ายสินไหมทดแทนแล้วหรือไม่ จ่ายโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นเรื่องที่ศาลจะนัดไต่สวนคำร้องต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้เรื่องเดิมมีอยู่ว่า เมื่อปี 2548 นายบุญทัย โคตรวรรณ จำเลยที่1 คนขับรถพ่วงทะเบียน บบ8107 สุราษฎร์ธานี ลูกจ้างของบริษัท น นนท์ฯ จำเลยที่ 2 และบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งเป็นจำเลยที่ 3 โดยรถพ่วงบรรทุกรถกระบะป้ายแดงออกจาก อ.ไชยา มุ่งหน้า อ.พุนพิน แต่กลับรถไม่พ้น ทำให้รถขวางถนน ทำให้นายอรุณรัตน์ บิดาน้องบีม ที่ขับรถของนางอุษา โสมะเกิด โจทก์ที่ 1 กับนายสมโชค โสมะเกิด โจทก์ที่ 2 ได้รับความเสียหาย นางพรทิพย์ กับ ด.ญ.ภัทรดา โจทก์ที่ 3 กับ 4 ได้รับบาดเจ็บสาหัส และนางสุภาพร แก้วผ่อง ย่าน้องบีม เรียกค่าขาดไร้อุปการะด้วย

