เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 10 ตุลาคม ที่ สน.พหลโยธิน พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. ได้ประชุมคดีกลุ่มคนร้ายบุกปล้นทรัพย์ชิงสกุลเงินญี่ปุ่น 196 ล้านเยน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 60 ล้านบาท เหตุเกิดบริเวณลานจอดรถชั้น 5 คอนโดรัชดา พาวิลเลี่ยน ซอยรัชดา 30 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา ร่วมกับทีมคลี่คลายคดีดังกล่าวประกอบด้วย พ.ต.อ.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ รรท.ผบก.น.2 พ.ต.อ.คมศักดิ์ สุมังเกษตร รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.เฉลียง อินทิพย์ รอง ผกก.สอบสวน สน.พหลโยธิน พ.ต.ต.เอกราช โอมาก สว.สส.สน.พหลโยธิน และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนและฝ่ายสอบสวน ใช้เวลาในการประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง
พล.ต.ต.สมพงษ์กล่าวว่า คดีดังกล่าวได้ออกหมายจับผู้ต้องหา 7 คน จับกุมผู้ต้องหาได้ 6 คน อีกหนึ่งคนอยู่ระหว่างการหลบหนี โดยในวันนี้พนักงานสอบสวนได้ขออำนาจศาลอาญาถนนรัชดาภิเษกออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 3 คน ประกอบด้วย นายเมธวิน เลิศพิทยากุล หรือน็อต อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 16 ซอยประชาอุทิศ 113 เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 2293/2560 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2560 นายภากร ธรรมราษฎร์ หรือต้อง อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 417 หมู่ 18 ต.รอบเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาเลขที่ 2294/2560 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2560 และนายอนุชา พินิจผล หรือแรน อายุ 27 ปี เลขที่ 362 ซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 22 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาเลขที่ 2295/2560 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2560 โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 คนถูกผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในชุดก่อนหน้านี้ให้การซัดทอดว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการนำรถที่ใช้ก่อเหตุไปจอดที่บริเวณชั้น 4 ของคอนโดมิเนียม ก่อนที่จะมีการส่งสัญญาณให้ทั้ง 3 คนขึ้นไปร่วมปล้นทรัพย์และทำร้ายผู้เสียหาย ก่อนจะชิงเงินหลบหนีไป
พล.ต.ต.สมพงษ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการลงพื้นที่ไปติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่มีข้อมูลของผู้ต้องหาทั้ง 3 คนแล้วว่าหลบซ่อนตัวอยู่ที่ใด ทั้งนี้ หากผู้ต้องหาที่เหลือทราบข้อมูลจากข่าวก่อนก็ขอให้รีบติดต่อเข้ามอบตัวก่อนที่จะถูกจับกุม ส่วนรายละเอียดต่างๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนผู้ต้องหาอีกหนึ่งคนที่อยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับในชุดแรกขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็อยู่ระหว่างการติดตามตัวซึ่งคาดว่าจะได้ตัวในเร็ววันนี้
พล.ต.ต.สมพงษ์กล่าวว่า นอกจากนี้ จากการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานพบว่ายังไม่มีผู้ร่วมก่อเหตุรายอื่นๆ เพิ่มเติม แต่ถ้าพบว่ามีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องและพยานหลักฐานไปถึงก็จะดำเนินการออกหมายจับเพิ่มเติมทันที ส่วนความคืบหน้าในการทำสำนวนคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการรอผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอและลายนิ้วมือจากกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้และที่ออกเพิ่มเติมอีก 3 คน ยืนยันว่าพยานหลักฐานในคดีดังกล่าวมีความชัดเจนและจะสามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมดได้อย่างแน่นอน

