กอร.พระราชพิธี แถลงเส้นทางเดินทางปชช.เข้าร่วมพระราชพิธีทางบก เรือ อากาศ

10.10.17 | 17:29 น.

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 10 ตุลาคม ที่ห้องสุรศักดิ์มนตรี กระทรวงกลาโหม กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (กอร.พระราชพิธี) ได้แถลงข่าวเรื่องการคมนาคม เส้นทางการเดินรถ เรือ ราง อากาศ ในช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม โดยมีนายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายสาคร รุ่งสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย นายวิทยา ยาม่วง ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางน้ำ นายกริชเพชร ชัยช่วย ผู้อำนวยการสำนักความปลอดภัยสิ่งแวดล้อมทางน้ำกรมเจ้าท่า เข้าร่วมแถลงข่าว

นายสาคร รุ่งสวัสดิ์ กล่าวว่า ในช่วงงานพระราชพิธี กระทรวงคมนาคมได้รับคำสั่งให้ดูแลประชาชนตั้งแต่การเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม และเดินทางออกจากพื้นที่ในวันที่ 31 ตุลาคม ทั้งทางบก เรือ อากาศ ทั้งนี้ ในส่วนของทางถนน ขสมก. ได้จัดรถสายปกติ 25 เส้นทางซึ่งเดินทางเข้าสนามหลวงอยู่แล้ว โดยวิ่งตั้งแต่ 04.20-24.00 น. เป็นรถร้อน 404 คัน และปรับอากาศ 238 คันและจัด 21 เส้นทางพิเศษ 490 คัน บริการ 24 ชั่วโมง เพื่อมาถึงจุดจอดชัตเตอร์บัสใกล้สนามหลวง ซึ่งประชาชนต้องเดินเท้าต่อ แบ่งออกเป็น แยกอรุณอัมรินทร์ สนามม้านางเลิ้ง แยกวิสุทธิ์กษัตริย์ บ้านมนังคศิลา และ แยกเมอร์รี่คิงส์ หรือวังบูรพา จากเดิมแยกปากคลองตลาด เนื่องจากเป็นจุดพระเมรุมาศจำลองซึ่งอาจมีประชาชนแออัดในเวลานั้น ทำให้ต้องปิดการจราจรบนสะพานพระพุทธยอดฟ้า โดยรองรับได้ 578,770 คน

นอกจากนี้ยังจัดรถโดยสารไม่ประจำทางไว้คอยเสริมด้วย ทั้งนี้ จะมีการตรวจสอบกับพื้นที่สนามหลวงอยู่เป็นระยะ หากในบริเวณท้องสนามหลวงคนเต็มพื้นที่ ก็จะปรับเส้นทางไปยังจุดพระเมรุมาศจำลองทันที อาทิ เส้นทางสายใต้ใหม่ บางใหญ่ (เซ็นทรัล เวสต์เกต) เซ็นทรัลศาลายา พุทธมณฑลสายสี่ ขนส่งไปยัง พุทธมณฑล เส้นทาง สนามม้านางเลิ้ง หัวลำโพง วงเวียนใหญ่ เซ็นทรัลพระราม 2 ไปยัง ไปเบคบางนา, เส้นทาง หมอชิต 2 ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ดอนเมือง เมืองทองธานี สโมสรตำรวจ ธูปะเตมีย์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อนุสาวรีย์ชัย ไปยังสนามกีฬาธูปเตมีย์, สนามบินสุวรรณภูมิ ไปยัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

นายสาคร กล่าวว่า ขณะที่เส้นทางบขส. จะลดค่าตั๋ว 20% ตั้งแต่วันที่ 19-31 ตุลาคม มีจุดพักรถต่างๆ ยกเว้นค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 และ 9 ตั้งแต่วันที่ 24-27 ตุลาคม ,ดอนเมืองโทลล์เวย์ ฟรี วันที่ 26 ตุลาคม , งดเว้นค่าผ่านทาง ทางพิเศษบูรพาวิถี วันที่ 24 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 00.01 ถึง เวลา 24.00 ของวันที่ 27 ตุลาคม และงดเว้นค่าผ่านทาง ทางพิเศษสายศรีรัช- วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร วันที่ 26 ตุลาคม 00.01-24.00 น. โดยห้ามรถ 6 ล้อขึ้นไปใช้ทางพิเศษ ในวันที่ 26 ตุลาคม ขณะที่ส่วนของรถราง ได้มีการเพิ่มเที่ยววิ่งรถไฟฟ้าบีทีเอส เอ็มอาร์ที แอร์พอร์ต เรลลิ้งก์ ถึงตี 2 และ ตี 3 ในวันที่ 27 ตุลาคม เพื่อรองรับประชาชนที่เดินทางกลับมากกว่า 4 แสน 8 หมื่นเที่ยว

ขณะที่เส้นทางรถไฟนั้นมีการเพิ่มเที่ยวจากเดิมมากกว่า 40% เพิ่มโบกี้ต่างๆ มาลงที่สถานียมราช และสถานีธนบุรี ทั้งนี้จะงดหยุดรถที่ป้ายยมราชในเวลา 14.45 น. -16.00 น. เพื่อไม่ให้ตัดการจราจรของพระราชอาคันตุกะ และจะเปลี่ยนไปจอดที่ถานีมักกะสันและบางสื่อแทน เพื่อให้เดินทางต่อโดยรถชัตเตอร์บัส สำหรับรถแอร์พอร์ตเรียลลิ้ง ยังให้บริการฟรีตั้งแต่วันที่ 25-27 ตุลาคมนี้ ด้านรถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ทีเปิดให้บริการฟรีในวันที่ 26 ตุลาคม ,รถไฟฟ้ามหานคร ฟรีทั้งสายสีน้ำเงิน และสีม่วง ในวันที่ 26 ตุลาคม, รถไฟฟ้าบีทีเอส ฟรีในส่วนต่อขยาย สำโรง-อ่อนนุช,วงเวียนใหญ่-บางหว้า 25-27 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 06.00-02.00 ของวันที่ 27 ตุลาคม

Advertisement

 

 

สำหรับการเดินทางทางอากาศ นายสราวุธ ทรงวิไล ผู้ตรวจการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ทางคมนาคมได้รองรับและอำนวยความสะดวกผู้ที่ต้องการเดินทางจากต่างจังหวัดโดยเครื่องบินทั้งที่สนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ในวันที่ 26 ตุลาคม แบ่งเป็น ดอนเมือง 66,123 คน 351 เที่ยว, สุวรรณภูมิ 108,238 คน 472 เที่ยว ทั้งนี้ในทั้งสองสายการบินเจ้าหน้าที่บริการบนเครื่องบินจะคอยแนะนำให้บริการถึงแผนการเดินทางไปจุดต่อไปว่าขึ้นรถที่ใด นอกจากนี้ การบินพลเรือนยังได้ประกาศห้ามใช้โดรนในรัศมี 19 กิโลเมตร รอบบริเวณพระราชพิธีฯ และห้ามอากาศยานทำการบินผ่านบริเวณดังกล่าว และยังได้จัดบริหารจราจรอากาศสำหรับเที่ยวบินพระราชอาคันตุกะซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานมาแล้วด้วย

 

 

นายกริชเพชร ชัยช่วย ผู้อำนวยการสำนักความปลอดภัยสิ่งแวดล้อมทางน้ำ กรมเจ้าท่า กล่าวว่า ในส่วนของการเดินทางทางน้ำนั้น กรมเจ้าท่าได้จัดเรือให้บริการ ทั้งในส่วนของเรือด่วนเจ้าพระยา และได้ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการการเดินเรือ อาทิ เรือภัตตาคาร เรือร้านอาหาร เรือทัวร์ ซึ่งแต่ละลำจะรองรับได้ถึง 400-500 คน ทุกลำได้ทำการตรวจความเรียบร้อยแล้วว่าปลอดภัย คนขับเรือพักผ่อนอย่างเพียงพอ ทั้งยังได้จัดเจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวกทั้ง 67 ท่าเรือ

ทั้งนี้ ทางทิศเหนือให้บริการจากท่าน้ำกระทรวงพาณิชย์ ถึง ท่าเรือปิ่นเกล้า เรือด่วนเจ้าพระยาจะให้บริการฟรี เวลา 06.00-14.00 น. ของวันที่ 26 ตุลาคม ให้บริการทุก 20 นาที , เรือคลองแสนแสบให้บริการฟรี 06.30-19.00 น. , เรือข้ามฟาก ให้บริการฟรี 08.00 -18.00 น. ทุก 20 นาที ได้แก่ท่าวังหลัง-ปิ่นเกล้า, วัดระฆัง-ปิ่นเกล้า, วัดอรุณ – ท่าราชินี, เรือร้านอาหาร ให้บริการ 08.00-18.00 น. ฟรี ทุก 1 ชั่วโมง สำหรับทิศใต้ ให้บริการจากท่าเรือสาธร ท่าสุดท้ายที่ท่าเรือตลาดยอดพิมาน เรือด่วนเจ้าพระยา ตั้งแต่เวลา 06.00-14.00 น. กลุ่มเรือร้านอาหาร 08.00-18.00 น. ฟรี

 

 

นายกริชเพชรกล่าวเสริมว่า ในแต่ละเส้นทางนั้น หากได้รับรายงานว่าในพื้นที่สนามหลวงคนเต็มจำนวนพื้นที่แล้วนั้น จะให้หยุดเดินเรือจากต้นทางทันที พร้อมแนะนำให้ประชาชนไปถวายดอกไม้จันทน์ที่บริเวณใกล้เคียงที่สุด แต่หากออกจากต้นทางแล้ว ทิศเหนือจะให้ส่งที่ท่าเรือเกียกกาย,ท่าเรือเทเวศร์ ทิศใต้ท่าเรือยอดพิมาน และท่าเรือสะพานพุทธ

นอกจากนี้ นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้ทุกแผนการเดินทางได้เรียบร้อยแล้ว คมนาคมจะจัดทำแผ่นพับเพื่อประชาสัมพันธ์เรื่องเส้นทางให้กับประชาชน รวมถึงจัดทำอินโฟรกราฟฟิก และป้ายบอกทางให้กับประชาชนตามแยกต่างๆ รวมถึงมีเจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลประชาชนตลอดทางทั้งการเดินทางเข้าและออกพระราชพิธีโดยเปิดสายด่วน 1356 ให้ประชาชนได้สอบถาม