เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 ตุลาคม ที่ห้องศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รรท.รอง ผบ.ตร.)ด้านกฎหมายและคดี เป็นประธานมอบนโยบายการปฏิบัติราชการสำนักงานกฎหมายและคดี โดยมี พล.ต.อ.กวี สุภานันท์ ที่ปรึกษา (สบ10) พล.ต.ท.พรหมธร ภาคอัต ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สอาดพรรค ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร.ร่วมรับนโยบาย
พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวก่อนการประชุมว่า วันนี้จะประชุมตั้งศูนย์คอลเซ็นเตอร์ สำหรับช่วยเหลือพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะปฏิบัติงานทั่วประเทศ ในกรณีเกิดอุปสรรคขัดข้องในด้านข้อมูลขณะบริการประชาชน ทั้งด้านการปฏิบัติ และข้อกฎหมาย โดยมีพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญและเนติบัณฑิต คอยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ที่หมายเลข 1599 ขณะเดียวกันประชาชนสามารถโทรมาขอคำปรึกษาได้ด้วยเช่นกัน โดยขณะนี้ศูนย์คอลเซ็นเตอร์ เปิดให้บริการแล้ว มีเจ้าหน้าที่เพียงพอที่จะรับสายและให้คำปรึกษา พร้อมเตรียมเปิดรับสมัครผู้ที่ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมด้วย ทั้งนี้ในการสอบสวน ทำสำนวนคดี หากพนักงานสอบสวนทำคนเดียว อาจจะเกิดเหตุผิดพลาดได้ แม้ว่าจะเก่งเพียงใดก็ตาม ขนาดศาลยังมีองค์คณะ ตำรวจก็น่าจะมีทีมที่ปรึกษาด้วยเช่นกัน เพื่อให้สำนวนการสอบสวนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ประชาชนได้รับประโยชน์ ไม่เกิดเหตุผิดพลาดขึ้น

รรท.รองผบ.ตร.กล่าวว่า นอกจากนี้จะมีการจัดตั้งศูนย์ปกป้องและช่วยเหลือพนักงานสอบสวนและตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ สำหรับตำรวจที่ถูกฟ้องกลับ หรือกลั่นแกล้ง จากผู้กระทำผิดกฎหมายหรือผู้มีอิทธิพล โดยมีตนเป็นประธาน และมีที่ปรึกษา สบ. 10 เป็นรองประธาน และมีผู้ช่วยผบ.ตร. ในสายงานกฎหมายและคดีเป็นกรรมการ และยืนยันว่าจะไม่มีการปกป้องตำรวจที่กระทำความผิดอย่างแน่นอน
ส่วนกรณีที่คณะกรรมการปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรม จะเสนอให้อัยการมาร่วมสอบสวนกับตำรวจที่ทำหน้าที่พนักงานสอบสวนตั้งแต่ต้น พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า ผู้ที่จะมาทำหน้าที่หน้าสอบสวน บางคดีอยู่ในอำนาจการสอบสวนของอัยการอยู่แล้ว แต่คดีบางประเภทอยู่ในการอำนาจการสอบสวนของตำรวจ ซึ่งขณะนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้จัดทำทีมพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญไปบรรยายให้พนักงานสอบสวนทั่วประเทศ พัฒนาศักยภาพให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

