ผู้นำแรงงานขอพบ ‘บิ๊กตู่’ 16 ต.ค.นี้เพิ่มเงินชดเชยเลิกจ้าง พร้อมชงสปส.อุดช่องโหว่เงินบำนาญ

11.10.17 | 16:12 น.

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม นายมนัส  โกศล ประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน(คปค.)  กล่าวถึงความคืบหน้าการขับเคลื่อนกฎหมายเพิ่มเงินชดเชยการเลิกจ้าง ว่า หลังจากผู้แทนคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ซึ่งประกอบด้วยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย  มีความวิตกกังวลกับการปรับแก้กฎหมายการเพิ่มเงินค่าชดเชยให้ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ว่า จะกระทบต่อสถานประกอบการขนาดเล็ก หรือเอสเอ็มอี (SME)  ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา ทางผู้นำแรงงาน ภายใต้เครือข่ายแรงงานต่างๆ ทั้งองค์การแรงงานแห่งประเทศไทย(อรท) เครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน(คปค) สภาองค์การลูกจ้าง/สหพันธ์แรงงาน สหภาพแรงงาน ร่วมกันประชุมหารือเพื่อสรุปแนวทางการขับเคลื่อนในการสนับสนุนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2560 เกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับที่….เรื่องเพิ่มการจ่ายเงินค่าชดเชย กรณีที่เลิกจ้างลูกจ้างที่ทำงานให้นายจ้างครบ 20 ปี ได้รับค่าชดเชย 400 วัน

นายมนัส กล่าวอีกว่า  ทางเครือข่ายฯ มีมติเดินหน้าเรื่องนี้  และมีมติว่า ในวันที่  16 ตุลาคมนี้ จะไปยื่นหนังสือต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้ดำเนินการนำร่างพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับ พศ..ที่ผ่านมติครม.วันที่ 15 สิงหาคม เร่งเข้าสู่การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งตอนนี้อยู่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบร่างอยู่ เนื่องจากเรากังวลว่า เมื่อ กกร.มีความเห็นในลักษณะไม่เห็นด้วย อาจกระทบต่อการเพิ่มสิทธิแก่ลูกจ้างหรือไม่ โดยพวกเราจะขอไปพบท่านนายกฯ ประมาณ 20 คน ซึ่งเป็นตัวแทน เพื่อแสดงความเป็นห่วงต่อเรื่องนี้  โดยขอยืนยันว่าเรื่องนี้สำคัญ และลูกจ้างทุกคนต่างก็รอคอยการขยายอัตราเงินชดเชยจากเดิมมากสุด คือ ทำงาน 10 ปีขึ้นไปได้รับเงินชดเชย 300 วัน แต่อันใหม่หากทำงาน 20 ปีขึ้นไปจะได้เงินชดเชยการเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดถึง 400 วัน ซึ่งเราเข้าใจผู้ประกอบการเอสเอ็มอี แต่หากเอสเอ็มอีใดสามารถจ้างลูกจ้างได้มากกว่า 20 ปีขึ้นไปก็ถือว่าเป็นสถานประกอบการที่แข็งแรงอยู่ และเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องคุณธรรมด้วย

“นอกจากนี้ กกร.ยังห่วงเรื่องการลากิจของลูกจ้าง เรื่องการลากิจ 3 วันหากจำเป็นจะได้รับเงินค่าจ้างนั้น เรื่องนี้เราขับเคลื่อนมานาน เนื่องจากกฎหมายฉบับเดิม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ระบุกว้างว่า ให้นายจ้างกำหนดวันลากิจให้ลูกจ้าง ซึ่งบางบริษัทก็ไม่ได้กำหนด แต่บริษัทใหญ่จะมีการกำหนดไว้ ทั้งนี้ กรณีบริษัทที่ไม่กำหนดก็จะเป็นปัญหากับลูกจ้าง ซึ่งเป็นแบบนี้มานานหลายปี การปรับแก้กฎหมายก็เพื่อลูกจ้าง เพื่อความเป็นธรรมทั้งนั้น ” นายมนัส กล่าว

นายมนัส ยังกล่าวถึงกรณีการปฏิรูปกองทุนชราภาพ ว่า ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมกำลังระดมความคิดเห็นในเรื่องการขยายอายุบำนาญชราภาพ แต่สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ผู้ประกันตนหลายคนไม่ทราบคือ หากจ่ายเงินสะสมเรื่อยๆจนถึงอายุ 55 ปี คือเกษียณพอดี เราจะไม่ได้รับสิทธิเลือกรับเงินบำเหน็จ แต่จะได้รับเป็นเงินบำนาญชราภาพแทน โดยรับเงินทุกเดือนไปเรื่อยๆ แต่หากเสียชีวิตเงินส่วนนี้จะเข้ากองทุน ไม่ได้ให้แก่ทายาทของผู้ประกันตน ประเด็นเหล่านี้ผู้ประกันตนหลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำ ซึ่งควรจะปฏิรูปกองทุนตรงจุดนี้ด้วย ให้สามารถมอบเงินแก่ทายาทได้ หากเสียชีวิตระหว่างรับเงินบำนาญ

Advertisement