เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (สภา กทม.) ซึ่งมี ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภา กทม.เป็นประธาน มี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.และคณะผู้บริหาร กทม.เข้าร่วม ที่ประชุมได้มีการพิจารณาญัตติของนายชยาวุธ ศิริยุทธ์วัฒนา สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เรื่อง ขอให้แต่งตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางและวิธีการที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าในการจัดเก็บและกำจัดขยะมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ส.ก.ได้ร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขว้าง และขอให้แต่งตั้งคณะกรรมการวิสามัญ ศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด รวมทั้งศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมประกอบด้วย ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการวิสามัญ 11 คน ประกอบด้วย ฝ่ายบริหาร 4 คน ฝ่ายนิติบัญญัติ 7 คน กำหนดการศึกษาภายใน 120 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุที่สภา กทม.ให้ความสนใจกับปัญหาดังกล่าว เพราะเห็นว่า กทม.มีแนวโน้มที่ปริมาณขยะจะเพิ่มขึ้นทุกปี โดยตั้งแต่ปี 2556-2557 กรุงเทพฯมีขยะสะสมเฉลี่ยปีละ 3.6 ล้านตัน ปี 2558 เพิ่มเป็น 3.7 ล้านตัน สำหรับปี 2560 เฉลี่ยประมาณ 10,500 ตันต่อวัน ซึ่ง กทม.ได้ใช้งบประมาณในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยทั้งด้านการจัดเก็บและกำจัดขยะมูลฝอยปีละประมาณ 6,000 ล้านบาท ใช้เจ้าหน้าที่จัดเก็บกว่า 10,300 คน กำจัดด้วยวิธีการฝังกลบ เผาในเตาเผา ทำปุ๋ยหมัก และวิธีอื่นๆ แต่ยังพบว่ามีขยะตกค้างอีกปริมาณมาก ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นรบกวนและเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคต่างๆ ซึ่งประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาขยะตกค้าง ดังนั้น ที่ประชุมจึงเห็นสมควรให้มีการศึกษาแนวทางในการจัดเก็บและกำจัดขยะของ กทม.ให้มีประสิทธิภาพ สามารถลดปริมาณขยะตกค้างและช่วยประหยัดงบประมาณของ กทม.

