ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานโครงการแบรนด์ซัมเมอร์แคมป์ ‘ติวเข้มพิชิต Admissions’ ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ที่ หาดใหญ่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ศาสตร์พระราชากับพัฒนาการทางการศึกษา และการสืบสานพระราชปณิธานโรงเรียนคุณธรรม รวมถึงการใช้ภาษาอังกฤษแบบนักการทูต”ตอนหนึ่ง เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ว่า ดีใจที่ได้มาพบปะกับลูกหลานนักเรียนภาคใต้จำนวนมากมายที่อำเภอหาดใหญ่ ในฐานะที่บิดาของตน (หม่อมราชวงศ์สังขดิศ ดิศกุล) เคยรับราชการสนองพระบรมราชโองการเป็นเอกอัครราชทูตในหลายประเทศ จึงอยากพูดกับลูกหลานตามตรงว่า การมีความรู้ภาษาอังกฤษที่ดี ย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยในเรื่องการเรียนให้มีความสำเร็จบริบูรณ์ในยุคเวลานี้ คือทั้งการพูด ฟัง อ่าน และเขียน เพื่อนำพาไปสู่การประกอบสัมมาชีพที่ตนปรารถนาภายภาคหน้า ไม่ว่าจะเป็นโอกาสของลูกหลานในการศึกษาเล่าเรียนต่อ หรือความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แต่ถึงแม้จะไม่ใช่ภาษาแม่ของเราก็ตามที ซึ่งเราพูดภาษาไทยด้วยแล้ว การออกเสียงยิ่งมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้น หากอยากมีความเชี่ยวชาญทางภาษาอังกฤษ อาจพิจารณาผสมผสานหลักการใช้ภาษาเข้ากับชีวิตประจำวัน ค่อยๆ ฝึกฝน ค่อยๆ พูด ไม่ใช่พูดเป็นรถไฟพลังเร็วสูงชินคันเซ็นของญี่ปุ่น และตั้งใจเรียนรู้ด้วยความเพียรพยายามและมุ่งมั่น ไม่มีคำว่าท้อแท้เกิดขึ้นได้
ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า การอ่านบทความในนิตยสารที่เราชอบหรือแม้แต่การ์ตูนสนุกสนานเรื่องสั้นๆ ชวนหัวเราะ ขำขัน ที่แนบมากับหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษฉบับวันสุดสัปดาห์ หนังสือจำพวกนี้ใช้ศัพท์ไม่ยาก และมาพร้อมกับรูป ซึ่งทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น บางครั้งศัพท์คำเดิมก็มีความหมายที่ไม่เหมือนกัน ต่างกันได้มาก คือไม่นิ่งในความหมาย ถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน เมื่อเข้าใจมากขึ้น ก็ค่อยเพิ่มระดับหนังสืออ่านยากขึ้นตามลำดับ อย่าใจร้อนเกินเหตุ อะไรที่รีบๆ จะกลายเป็นความฉาบฉวย ไม่ลึกซึ้ง ไม่รู้จริง สามารถจดจำสิ่งต่างๆ ดีขึ้น เมื่อเรารู้จดบันทึกหรือการจดลงสมุด ซึ่งหมายถึงการเขียนลงกระดาษแล้วรวบรวมเข้าแฟ้มประจำวัน เราเจอศัพท์ใหม่ได้ทุกวันไม่รู้จบ ดังนั้น ลองเรียนรู้การจดบันทึกเป็นสมุดโน๊ตของตัวเองดู แต่ถ้าอยากให้ท้าทายมากขึ้น อาจลองจดใส่การ์ดแข็งสีขาวหรือสีใดๆ และเก็บใส่กล่องกระดาษขนาดยาว มีสลิปขั้นเป็นสัดส่วนของกระบวนสาระวิชา เอาไว้เล่นทายความหมายกับตัวเองหรือแม้แต่กับเพื่อน

ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า การดูรายการโทรทัศน์ประเภททอล์คโชว์ ข่าวภาษาอังกฤษภาคเช้า-ค่ำ ภาพยนตร์ที่เป็น ‘soundtrack’ โดยไม่มี ‘subtitle’ หรืออะไรก็ได้ที่เราชอบเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นการปรับการฟังให้คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นสำเนียงแบบอังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ หรือแม้แต่สิงคโปร์ ปัจจุบันเรามีทั้งแอพพลิเคชั่น และช่องทางสอนภาษาอังกฤษออนไลน์มากมายให้เลือกศึกษา การ ‘subscribe’ หรือ ‘follow’ ช่องที่เราชอบ จะทำให้เราอยากเรียน ขวนขวายศึกษาภาษาอังกฤษมากขึ้น แถมยังทำได้ทุกที่ ทุกเวลา ที่เราสะดวก และสบายใจ อยากแคล่วคล่องทางการพูด ต้องฝึกฝนคำพูดคำจา การใช้สำนวนที่อาจไม่ธรรมดาแต่บ่งบอกถึงความเป็นนักการศึกษา นักค้นคว้า มีความไพเราะหรือเก๋ไก๋ สร้างความมั่นใจให้กับตัวเองและต้องไม่กลัวที่จะพูดผิด แต่ก็ไม่ใช่พูดเรื่อยเปื่อยที่ขาดความรอบคอบตรึกตรอง และถ้าอยากพัฒนาเร็วขึ้น ลองจับคู่หรือหากลุ่มเพื่อนนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่กำลังเรียนภาษาเป็นการเฉพาะ เพื่อฝึกพูดคุยกันได้เรื่อยๆ ไม่เว้นช่วงไปเป็นระยะนานๆ ไม่ว่าจะเป็นงานสังสรรค์ พิธีการ งานสัมมนาทางวิชาการ ระหว่างการเดินทาง หรือท่องเที่ยว ลองคุยกับคนอื่น โดยเฉพาะผู้เป็นเจ้าของภาษา อย่าเขินหรืออาย การที่เราได้คุยกับคนเจ้าของภาษาจริงๆ จะทำให้เรามั่นใจ และรู้ถึงข้อบกพร่อง ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาการศึกษาทางด้านอักษรศาสตร์ อย่าใช้ภาษาต่างประเทศในเชิงคุยโวโอ้อวด หรือใช้คำหยาบคาย ในเมื่อเราไม่ใช่เจ้าของภาษาโดยกำเนิด ความหนักเบา ควรไม่ควร ย่อมปราศจากความลึกซึ้ง ต่างจากเจ้าของภาษานั้นๆ อย่าพูดคุยหรือแสดงออกในรูปแบบของ ‘ego’ หรือ ‘self- esteem’ เป็นสิ่งที่ไม่โก้เลยในภาษาไทย ไม่พึงกระทำเป็นอันขาด

